อย่าหาทำ วางน้ำแข็งก้อนไว้ท้ายทอย ไม่ช่วยหายหวัด

โดย PPTV Online

เผยแพร่

เป็นหวัด อย่าวางก้อนน้ำแข็งบนท้ายทอย ควรพบแพทย์ หรือปรึกษาเภสัชกรร้านขายยา เพื่อรักษาได้อย่างถูกต้อง

เพราะอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย อาจทำให้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่รู้สึกไม่สบาย ภูมิคุ้มกันร่างกายลดลง จนทำให้เป็นหวัดได้

โรคหวัด เป็นโรคยอดฮิตของคนทุกเพศทุกวัย  โดยเฉพาะในเด็กเล็ก สามารถเป็นได้ในทุกช่วงเวลาของปี โดยสาเหตุของหวัด ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัส ซึ่งสามารถหายได้เองด้วยภูมิคุ้มกันของร่างกาย มีเพียงส่วนน้อยประมาณร้อยละ 5-10 เท่านั้นที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย

สำหรับโรคหวัดที่แพทย์หมายถึง คือ คนไข้มีอาการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน คือ ส่วนอยู่เหนือเส้นเสียงในหลอดลมขึ้นมา จนถึงช่องคอและจมูก เช่น มีน้ำมูก คัดจมูก จาม คัน ระคายคอ มีเสมหะ เสียงแหบ เป็นต้น ซึ่งบางครั้งก็จะมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น เป็นไข้ คลื่นไส้ เวียนหัว เบื่ออาหาร ซึ่งอาการของแต่ละคนก็จะแตกต่างกันไป อาจจะปรากฎแค่บางอาการตามที่กล่าวมา หรืออาจะมีอาการร่วม c]tปกติอาการมักไม่รุนแรง หายได้เองใน 7-10 วัน ยกเว้นอาการไอที่อาจนานได้ถึง 2-3 สัปดาห์

อย่างไรก็ตาม ก็มีความเชื่อผิด ๆ ที่ว่า เมื่อเราเป็นหวัด ให้นำน้ำแข็งก้อนมาประคบที่ท้ายทอย จะช่วยรักษาได้นั้น แต่ว่าข้อเท็จจริงแล้ว การวางน้ำแข็งบนท้ายทอย “ไม่ได้ช่วยให้หายหวัดได้”


ซึ่งน้ำแข็งประคบ สามารถใช้เพื่อรักษาในบางอาการ เช่น คอเคล็ด นอนตกหมอน หรือลดอาการอักเสบและอาการปวดในระยะเริ่มแรก แต่ไม่เหมาะที่จะทำต่อเนื่องในระยะยาว เพราะถ้าความเย็นเข้ามากระทบในขณะที่ร่างกายอ่อนแอ จะส่งผลให้การไหลเวียนของเลือดติดขัด อาจเป็นอีกสาเหตุที่ก่อให้เกิดอาการปวดเรื้อรังและเจ็บป่วยตามมา

การดูแลเบื้องต้นเมื่อเป็นหวัด
สามารถทำได้โดย ดื่มน้ำมากๆ พักผ่อนให้เพียงพอ สำหรับการกินยาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ยาลดไข้ ยาลดน้ำมูก หรือ ยาบรรเทาอาการอื่นๆ ควรกินเมื่อมีอาการเท่านั้น เนื่องจากหวัดที่เกิดจากเชื้อไวรัสสามารถหายได้เอง 

อาการหวัดแบบไหน ที่ควรไปพบแพทย์
1. เป็นไข้เจ็บคอ ที่สงสัยว่าเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ได้แก่ ไข้สูง ไม่ไอ เจ็บคอมาก มีจุดสีขาวที่ทอนซิล หรือต่อมน้ำเหลืองที่ขากรรไกรโตกดเจ็บ
2. มีอาการที่สงสัยภาวะติดเชื้อแทรกซ้อน เช่น อาการไม่ดีขึ้นภายใน 7 วัน มีไข้สูงขึ้น ไอหรือเสมหะมากขึ้น เจ็บบริเวณใบหน้า หอบเหนื่อย เป็นต้น
3. มีอาการที่สงสัยว่าเป็นไข้เลือดออก คือ มีไข้สูงกว่า 40 องศาเซลเซียส และปวดเมื่อยกล้ามเนื้อค่อนข้างมากกว่า มีจุดเลือดออก และในบางรายที่มีอาการรุนแรงมากๆ อาจพบอาการซึม เหงื่อออก มือเท้าเย็น ชีพจรเต้นเบาแต่เร็ว ปวดท้องโดยเฉพาะบริเวณใต้ชายโครงขวา ปัสสาวะลดลง อาจถึงกับช็อกได้

ที่มา รพ.วิชัยยุทธ,คณะกรรมการอาหารและยา

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เข้มข่าวค่ำ

เข้มข่าวค่ำ

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ