เมื่อเรามีรอยแผลเป็น ไม่ง่ายที่เราจะรักษาให้ไร้ร่องรอยเช่นเดิม ซึ่งแผลเป็นมักจะเป็นสิ่งที่สร้างความรำคาญใจ ทำให้เราหมดความมั่นใจ กลัวเป็นเป้าสายตา และแผลเป็นยังกระทบกับการใช้ชีวิต ยิ่งเฉพาะแผลเป็นที่เป็นรอยนูน หากเกิดบนข้อต่อ หรือจุดที่เราต้องมีการเคลื่อนไหวตลอดเวลา อาจจะทำให้ขยับเขยื้อนไม่สะดวก
ชนิดของแผลเป็น
แผลเป็นมีหลายรูปแบบ แบ่งได้หลัก ๆ 3 ลักษณะ คือ
1.แผลเป็นที่โตนูน ได้แก่ แผลเป็นนูนเกิน และแผลเป็นคีลอยด์
2.แผลเป็นที่ลึกบุ๋มลงไป
3.แผลเป็นที่มีการหดรั้งร่วมด้วย ทำให้อวัยวะบริเวณแผลผิดรูป
ซึ่งการรักษาแผลเป็นสามารถทำได้หลายวิธีซึ่งบางวิธีอาจจะมีความยุ่งยาก และมีค่าใช้จ่ายสูง เช่น การใช้เลเซอร์ การทายาการผ่าตัด เป็นต้น
แต่หากเราเป็นแผลใหม่ ๆ สามารถลดรอยแผลเป็นเบื้องต้นได้ คือ นวดหรือกดบริเวณนั้นอย่างสม่ำเสมอ ประมาณ 3-6 เดือน และอีกวิธี คือ ใช้แผ่นซิลิโคนปิดแผลหลังจากแผลหายดีแล้วประมาณ 1 สัปดาห์ โดยปิดไว้ตลอด 24 ชั่วโมง ทำต่อเนื่อง 2-3 เดือน
นอกจากนี้ ยังมีการรักษาด้วยสมุนไพร ซึ่งมีหลายชนิดที่มีฤทธิ์ลดรอยแผลเป็นได้ ได้แก่
-หัวหอม
ได้มีการทำเป็นสารสกัดใส่ในผลิตภัณฑ์หลากหลายยี่ห้อ หัวหอม จะช่วยลดรอยดำของแผล และยิ่งถ้าใช้ร่วมกับแผ่นซิลิโคนปิดแผล จะช่วยลดรอยนูนของแผลเป็นได้ ซึ่งน่าจะเป็นผลมาจากสารกลุ่ม organosulfur ที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และมีฤทธิ์ยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิวได้
-บัวบก
เป็นสมุนไพรที่มีการใช้รักษาโรคผิวหนังมากมาย โดยวิธีตามแบบภูมิปัญญาพื้นบ้าน นำใบบัวบกสดมาล้างให้สะอาด แล้วบดหรือโขลกจนละเอียด จึงนำมาพอกบริเวณผิวที่มีการอักเสบ ก็จะช่วยบรรเทาอาการได้ดี บัวบก มีประโยชน์ไม่ว่าจะรับประทานหรือใช้ทาภายนอก โดยการรักษาแผลด้วย “บัวบก” ยังมีหลายสูตร เช่น แคปซูลสารสกัดบัวบก บัวบกผสมขี้ผึ้งทาแผลไฟไหม้แบบตื้น บัวบกยังมีข้อเด่น ในเรื่องการปรับสีผิวให้ใกล้เคียงผิวเดิมอีกด้วย
ข้อมูล อภัยภูเบศร