ในช่วงหน้าหนาวแบบนี้หลายคนก็อยากหลีกเลี่ยงการอาบน้ำที่ออกมาจากก๊อกโดยตรง เพราะมันเย็นจนแถบโดดหนี จึงเลือกที่จะอาบน้ำอุ่น โดยหลายพื้นที่ในต่างจังหวัดยังคงนิยมการใช้เครื่องทำน้ำอุ่นแบบแก๊ส มากกว่าไฟฟ้า เนื่องจากไฟฟ้าในบ้างพื้นที่มีไม่เพียงพอ และอย่างที่รู้ แก๊สที่ใช้ก็ต้องเป็นแก๊สหุงต้ม เป็นเชื้อเพลิงและในการเผาไหม้บางครั้งอาจไม่สมบูรณ์ จึงทำให้เกิดภาวะคั่งของก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ไปแทนที่ก๊าซออกซิเจนและทำให้คนที่ใช้งานอยู่อาจเป็นอันตราย
จากข้อมูลของกรมควบคุมโรค ในช่วงปี 2560-2562 พบมีผู้บาดเจ็บจากการอาบน้ำด้วยเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊ส 11 เหตุการณ์ ส่วนใหญ่เกิดในจังหวัดภาคเหนือและพื้นที่ที่มีอากาศหนาวเย็น เพราะเมื่อเปิดใช้งานเครื่องทำน้ำอุ่น จะมีการเผาไหม้เพื่อนำความร้อนไปทำให้น้ำอุ่น หากใช้งานในพื้นที่ปิดจะทำให้เกิดการเผาไหม้ไม่สมบูรณ์ จึงเกิดก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ไปแทนที่ก๊าซออกซิเจนที่อาจมีน้อยอยู่แล้ว ซึ่งเป็นก๊าซที่ไม่มีสีและไม่มีกลิ่น ทำให้คนที่อาบน้ำในห้องน้ำสูดดมก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์เข้าไปในปริมาณมากและเป็นเวลานาน คาร์บอนมอนอกไซด์จะไปเกาะจับเม็ดเลือดแดงแทนออกซิเจน ทำให้ร่างกายขาดออกซิเจน ส่งผลให้หมดสติและอาจรุนแรงจนเสียชีวิตได้
ดังนั้นผู้ที่จะเข้าใช้งาน โดยเฉพาะกลุ่มเด็ก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง โรคระบบทางเดินหายใจ ควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ
สำหรับวิธีอาบน้ำอุ่นที่ทำจากเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊ส
1. ขณะอาบน้ำให้เปิดพัดลมระบายอากาศหรือช่องระบายอากาศในห้องน้ำ หากไม่มีควรเปิดประตูห้องน้ำไว้เล็กน้อย
2. ไม่ควรอาบน้ำนานเกิน 10 นาที
3. ควรเว้นระยะเวลาก่อนคนถัดไปจะใช้ห้องน้ำอย่างน้อย 15 นาที เพื่อให้เกิดการระบายของอากาศ
หากมีอาการผิดปกติ เช่น วิงเวียน หน้ามืด หายใจลำบาก หรือได้กลิ่นแก๊สขณะอาบน้ำให้รีบปิดเครื่องทำน้ำอุ่นระบบแก๊สและออกจากห้องน้ำทันที
ทั้งนี้ พบเห็นคนหมดสติขณะอาบน้ำควรเปิดประตูเพื่อระบายอากาศและรีบนำผู้ป่วยไปยังพื้นที่โล่งพร้อมทั้งรีบโทรแจ้ง 1669 เพื่อขอความช่วยเหลือจากทีมแพทย์กู้ชีพและนำส่งสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุด
ที่มา : กรมควบคุมโรค