การอาบน้ำ นอกจากจะเป็นการช่วยชำระสิ่งสกปรกออกจากร่างกาย ทำให้ร่างกายสดชื่นแล้ว แต่อีกสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม คือ อุณหภูมิของน้ำ บางคนชื่นชอบที่จะอาบน้ำเย็น เพราะทำให้ร่างกายสดชื่น โดยเฉพาะเวลาหลังจากเล่นกีฬาหรือออกกำลังกาย บางคนต้องเพิ่มอุณหภูมิเครื่องทำน้ำอุ่น เพื่อให้รู้สึกผ่อนคลาย หลังจากที่รู้สึกเมื่อยล้ามาตลอดทั้งวัน ซึ่งการ อาบน้ำอุ่น และ อาบน้ำเย็น มีผลต่อร่างกายแตกต่างกันไป มาดูกันว่าแบบไหนดีต่อสุขภาพมากกว่ากัน
อาบน้ำอุ่น ดีอย่างไร
-ช่วยลดความเครียดที่สะสมระหว่างวัน
-ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อ
-ลดอาการบวมปวดเมื่อยของร่างกาย
-น้ำอุ่นช่วยเปิดรูขุมขนให้กว้าง ทำให้เราชะล้างสิ่งสกปรกได้ดีกว่า
-ช่วยให้ระบบโลหิตไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น
เทคนิคอาบน้ำด้วยน้ำอุ่น :
-น้ำอุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียสขึ้นไป จะทำให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น
-น้ำอุณหภูมิระหว่าง 27-37 องศาเซลเซียส จะช่วยกระตุ้นระบบประสาททำให้ร่างกายสบาย
-ไม่ควรอาบนานเกินไป เพราะทำให้ผิวแห้ง
กลุ่มเสี่ยงที่ต้องระวังในการอาบน้ำอุ่น
-เด็ก
-ผู้สูงอายุ
-ผู้มีโรคประจำตัว โรคหัวใจ โรคหลอดเลือด
-ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับระบบประสาทส่วนปลาย
อาบน้ำเย็น ดีอย่างไร
-ทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่น
-ระบบประสาทและร่างกายตื่นตัว
-มีส่วนช่วยเผาผลาญไขมัน
-ทำให้ผิวพรรณดูเนียนเรียบ รูขุมขนกระชับ
เทคนิคอาบน้ำด้วยน้ำเย็น :
-อุณหภูมิให้ต่ำกว่า 27 องศาเซลเซียส จะช่วยกระตุ้นกล้ามเนื้อ
หากอาบน้ำอุ่นสลับกับน้ำเย็น จะเป็นอย่างไร?
-สำหรับผู้ที่มีความไวต่อการเจอสิ่งที่ร้อนจัดและมาเย็นจัด อาจจะส่งผลต่อสุขภาพให้เกิดอาการป่วยหรือส่งผลกระทบจากการที่มีโรคประจำตัวร่วมด้วย แต่บางศาสตร์อย่าง การแพทย์ทางเลือก เช่น การอบซาวน่าร้อนให้เส้นเลือดขยายตัวและมาแช่น้ำเย็น เพื่อให้เส้นเลือดหดตัว จะเป็นผลดีต่อสุขภาพ
แต่ทางที่ดี การอาบน้ำตามอุณหภูมิปกติก็จะดีที่สุด แต่ในบางช่วงที่อากาศหนาวจัด ก็สามารถอาบน้ำอุ่นได้
ที่มา กรมอนามัย, รพ.ศิริราช ปิยมหาราชการุณย์