พญ.สุมนี วัชรสินธุ์ ผู้ช่วยโฆษก ศบค. และ ผอ.สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 ประจำวันที่ 3 พ.ย. 2564 ว่า ผู้ป่วยรายใหม่ 7,679 ราย เสียชีวิต 56 ราย หายป่วยแล้วตั้งแต่เดือนเม.ย.2564 จำนวน 1,791,037 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 1,906,579 ราย เสียชีวิตสะสม 19,300 รายข้อมูลสะสมตั้งแต่ปี 2563 หายป่วยแล้ว 1,818,463 ราย ผู้ป่วยยืนยันสะสม 1,935,442 ราย เสียชีวิตสะสม 19,394 ราย
สำหรับแนวโน้มผู้ติดเชื้อภายในประเทศมีทิศทางลดลงอย่างต่อเนื่องทุกพื้นที่ หากมีดู 10 จังหวัดที่เชื้อสูงสุดจะพบว่าแต่ละจังหวัดมีผู้ติดเชื้อไม่ถึง 1,000 ราย โดยอันดับ 1 ยังเป็นพื้นที่กทม.
ส่วนผู้ได้รับวัคซีน ระหว่างวันที่ 28 ก.พ. - 2 พ.ย. 2564 สะสมทั้งหมด จำนวน 77,014,092 โดส โดยเข็มที่ 1 คิดเป็น 59.4 % เข็มที่ 2 คิดเป็น 44.0 %
จากการที่มีข่าวว่าเด็กหญิงอายุ 12 ปีมีอาการหอบเหนื่อยหลังฉีดวัคซีนไฟเซอร์ขณะนี้ได้รับการรักษาแล้วอยู่ที่โรงพยาบาลสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี แล้วผลก็พบว่าอาการดังกล่าวไม่ได้เกิดจากภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ และขณะนี้ก็อาการดีขึ้นแล้ว ข้อย้ำว่าวัคซีนมที่นำมาใช้ในประเทศไทยทุกตัวมีความปลอดภัยและได้รับรองจาก WHO
พญ.สุมนี กล่าวอีกว่า สำหรับพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว 17 จังหวัด 1 ในจังหวัดที่ต้องจับตาและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องก็คือ จ.เชียงใหม่ ที่วันนี้มีการายงานผู้ติดเชื้อ 322 คน ทั้งนี้จ.เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่เปิดเป็นพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว หรือ พื้นที่สีฟ้า ซึ่งมีอยู่ 4 อำเภอ ได้แก่ แม่ริม เมือง แม่แตง และ ดอยเต่า ทางกระทรวงสาธารณสุขโดยกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ได้ลงพื้นที่ไประเมินสถานการณ์ความพร้อมของพื้นที่เชียงใหม่ ผลพบว่าการระบาดในพื้นที่เชียงใหม่ มีลักษณะเป็นวงกว้าง ซึ่งเป็นการระบาดในชุมชน และในระดับครอบครัว
อนุทิน รอไฟเซอร์ผ่าน อย. "สหรัฐฯ-ไทย"ฉีดเด็ก 5 ขวบ
โดยการระบาดตั้งแต่วันที่ 6 ต.ค.เป็นต้นมามีการระบาดในครอบครัว ชุมชน และ ตลาด 4 แห่ง เช่น ตลาดเมืองใหม่ ตลาดวโรรส ตลาดประตูเชียงใหม่ และตลาดสันป่าข่อย และ ขอความร่วมมือประชาชนในพื้นเชียงใหม่ที่เข้าไปใช้บริการตลาดสดถ้าไม่ได้รับวัคซีนขอให้รีบไปรับวัคซีนกันใหม่มากๆ ขณะเดียวกัน เจ้าของกิจการ หรือ กิจกรรมที่มีลูกจ้างที่เป็นแรงานต่างด้าว ก็ควรให้ลูกจ้างและแรงงานต่างด้าวไปรับวัคซีนให้ทั่วถึงด้วย เพื่อความปลอดภัยแก่คนไทย และ นักท่องเที่ยวที่จะทยอยเข้ามาในจ.เชียงใหม่ในอนาคต
นอกจากนี้กรรมการโรคติดต่อจังหวัดเชียงใหม่ ก็มีการประชุมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด นอกจากจะรณรงค์ให้ฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นแล้ว ยังมีการค้นหาผู้ติดเชื้อเชิงรุกด้วยการตรวจATK อย่างน้อง 3,000 -5,000 ราย โดยตั้งจุดตรวจสี่มุมเมือง
“ทั้งนี้ยังมีการปรับมาตรการเข้มงวดงดดื่มเครื่องแอลกอฮอล์ในร้านค้าและภัตตาคารด้วย ซึ่งเป็นมาตรการที่เข้มกว่าจังหวัดในพื้นที่นำร่องท่องเที่ยวหรือ พื้นที่สีฟ้า โดยจะไม่อนุญาตให้ดื่มเครื่องแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร หรือ ภัตตาคาร และ ยังจำกัดเวลาในการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ด้วย ไม่ให้มีการจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านสะดวกซื้อ หลังเวลา 21.00 น.ไปแล้ว”