ไทม์ไลน์ ยารักษาโควิด-19 โมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) และ แพกซ์โลวิด (PAXLOVID) ของไทย


โดย PPTV Online

เผยแพร่




สธ.เปิด ไทม์ไลน์ ยารักษาโควิด 19 ยาโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) และ ยาแพกซ์โลวิด (PAXLOVID) ประมารณการขึ้นทะเบียนและใช้ในเมืองไทย

นายแพทย์อรรถสิทธิ์ ศรีสุบัติ ที่ปรึกษากรมการแพทย์ เปิดเผยถึง ขั้นตอนการสั่งซื้อยารักษาโควิด 19 ล่าสุด ทั้ง 2 ชนิดของไทย คือ ยาโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) และ ยาแพกซ์โลวิด (PAXLOVID)  โดยระบุว่า 

เทียบสเปก ยาเม็ดต้านโควิด-19 ของ “เมอร์ค” และ “ไฟเซอร์”

รู้จัก "ยาโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir )" รัฐบาลเตรียมนำเข้ารักษาโควิด-19

สำหรับไทม์ไลน์การสั่งซื้อ  ยาโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir)

ก.ค.-ส.ค.2564 กรมการแพทย์ หารือกับ บริษัท Merck & Co (บริษัทเมอร์ค) ถึงข้อมูลยาและการวิจัย

 

 

 

ส.ค.-ก.ย.2564 กรมการแพทย์ หารือกับ บริษัท Merck & Co (บริษัทเมอร์ค) การจัดหาและการจัดซื้อ

ก.ย.-ต.ค. 2564 กรมการแพทย์ หารือกับ บริษัท Merck & Co (บริษัทเมอร์ค) สัญญาซื้อขาย

ต.ค.-พ.ย.2564 

12 ต.ค. เสนอแผนการจัดหา ยาโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) ต่อ ศปก.ศบค.

14 ต.ค. เสนอแผนต่อ ศบค.

12-22 ต.ค. หารืออัยการสูงสุด

พ.ย. เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติงบประมาณและสั่งซื้อ ในระหว่างนี้ประมาณการว่า ยาโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) จะขึ้นทะเบียนใน อย.สหรัฐ (FDA)

พ.ย. 2564 - ต้นปี 2565 ประมาณการขึ้นทะเบียน อย. และใช้ในประเทศไทย

ส่วนไทม์ไลน์ของ ยาแพกซ์โลวิด (PAXLOVID)

ส.ค. 2564 กรมการแพทย์ได้ หารือกับ บริษัทไฟเซอร์ ถึงข้อมูลยาและการวิจัยพัฒนา 

ส.ค.-ก.ย. 2564 บริษัทไฟเซอร์ และ กรมการแพทย์ ลงนาม CDA ซึ่งเป็นการเซ็นเอกสารรักษาความลับไม่เปิดเผยข้อมูล

ต.ค. 2564 บริษัทไฟเซอร์ และ กรมการแพทย์ หารือผลความก้าวหน้าเรื่องผลงานวิจัย ครั้งที่ 2 และครั้งที่ 3 ในวันที่  12 พ.ย. 2564 เพื่อหารือความเป็นไปได้ในการจัดหายา ขณะเดียวกันคาดว่าไฟเซอร์จะดำเนินการคู่ขนานในการขอขึ้นทะเบียนกับ อย.สหรัฐ (FDA)

 

 

สำหรับประสิทธิผลของยาทั้ง 2 ตัวนี้

จากการให้ ยาโมลนูพิราเวียร์ ขนาดเม็ดละ 200 มิลลิกรัม วันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 4 เม็ด รวม 800 มิลลิกรัม เป็นเวลา 5 วัน (40 เม็ดต่อคนในการรักษา) โดยให้จำนวน 385 คน และให้ยาหลอก 377 คน ติดตามผลในเวลา 29 วัน พบว่า ช่วยลดอาการรุนแรงจนต้องนอนโรงพยาบาลหรือเสียชีวิตลง 50% ในกลุ่มยาหลอกมีเสียชีวิต 8 ราย กลุ่มยาโมลนูพิราเวียร์ไม่มีผู้เสียชีวิตเลย

ส่วนการให้ยาแพกซ์โลวิดขนาดเม็ดละ 150 มิลลิกรัม 2 เม็ดต่อครั้ง คู่กับยาริโทนาเวียร์ 100 มิลลิกรัม 1 เม็ดต่อครั้ง ให้วันละ 2 ครั้ง เป็นเวลา 5 วัน (ยาแพกซ์โลวิด 20 เม็ดและริโทนาเวียร์ 10 เม็ดต่อคนในการรักษา) โดยให้จำนวน 389 คน และให้ยาหลอก 385 คน ติดตามผลในเวลา 28 วัน พบว่า

หากได้รับยาภายใน 3 วันนับตั้งแต่เริ่มมีอาการ ช่วยลดอาการรุนแรงจนต้องนอนโรงพยาบาลหรือเสียชีวิตลง 89% หากรับยาภายใน 5 วันตั้งแต่เริ่มมีอาการประสิทธิผลจะอยู่ที่ 85% ถือว่ายาทั้ง 2 ตัวมีประสิทธิผลช่วยไม่ให้อาการรุนแรงต้องเข้าโรงพยาบาลและเสียชีวิต ไม่ว่าจะเป็นไวรัสโควิดสายพันธุ์ไหนยังไม่พบว่ามีอาการข้างเคียงรุนแรง

ยาสองตัวนี้มีคุณสมบัติต้านไวรัสโควิด-19 รักษาผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีแนวโน้มว่าจะมีอาการรุนแรง เพราะฉะนั้นถ้านำยามาใช้รักษาในเวลาอันรวดเร็วและตั้งแต่เริ่มมีอาการไม่นาน จะได้ผลการรักษาที่ดี ก็จะทำให้อัตราการรักษาในโรงพยาบาลและเสียชีวิตลดลง ถ้ายาทั้งสองตัวนี้สามารถเข้าถึงได้ง่าย ก็จะทำให้การควบคุมการระบาดโดยเฉพาะในส่วนของการรักษาผู้ที่ติดเชื้อแล้วดีขึ้น ดังนั้น ยาทั้งสองตัวคือ ยาโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) และ ยาแพกซ์โลวิด (PAXLOVID) จะเป็นความหวังใหม่ของพวกเรา

 

ข่าวที่คุณอาจพลาด

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์


TOP สุขภาพ

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ