ผู้สูงอายุเป็นวัยที่เสี่ยง และมีโอกาสที่จะติดเชื้อได้ง่ายกว่าคนหนุ่มสาวทั่วไป เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายที่อ่อนแอลงตามอายุ ทำให้เวลาติดเชื้อจะมีอาการรุนแรง มีภาวะแทรกซ้อนได้ง่าย และต้องรักษาตัวที่โรงพยาบาล ซึ่งเชื้อโรคบางชนิดสามารถป้องกันด้วยวัคซีน แม้จะไม่สามารถป้องกันได้ 100% แต่ก็สามารถลดโอกาสการเกิดโรค และสามารถลดความรุนแรงของโรคได้ ซึ่งการรับวัคซีนแต่ละชนิดก็จะมีจำนวน และระยะเวลาของการฉีดแตกต่างกันไป
4 วัคซีนที่จำเป็นในผู้สูงอายุ
-วัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่
เมื่อผู้สูงอายุเป็นไข้หวัดใหญ่ อาจเกิดหลอดลมอักเสบและปอดบวม หรือบางรายมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน อาจทำให้เสียชีวิตได้
ข้อแนะนำ : ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ 1 เข็ม ทุกปี
-วัคซีนป้องกันโรคปอดบวม
โรคปอดบวมมีสาเหตุสำคัญจากเชื้อนิวโมค็อกคัส ซึ่งอาจมีการติดเชื้อในกระแสเลือดและเยื่อหุ้มสมองอักเสบได้ ซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ
ข้อแนะนำ : ฉีดวัคซีนป้องกันโรคปอดบวมชนิด 13 สายพันธุ์ 1 เข็ม ตามด้วยชนิด23 สายพันธุ์ 1 เข็ม ห่างกัน 1 ปี
-วัคซีนป้องกันโรคงูสวัด
โรคงูสวัดเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดเดียวกันกับโรคอีสุกอีใส ทำให้เกิดตุ่มน้ำใสตามแนวเส้นประสาท ซึ่งเมื่อเราสุขภาพอ่อนแอ เชื้อก็จะกลับมาเป็นขึ้นใหม่ และการกลับมาเป็นซ้ำ ในผู้สูงอายุจะมีอาการอักเสบของเส้นประสาทที่ทำให้มีอาการปวดรุนแรงและเรื้อรัง
ข้อแนะนำ : ฉีดวัคซีนป้องกันโรคงูสวัด 1 เข็ม เพียงครั้งเดียว ฉีดในผู้สูงอายุที่มีอายุมากกว่า 60 ปีทั้งที่มีประวัติเคยเป็น และไม่เคยเป็นอีสุกอีใส
-วัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก-คอตีบ-ไอกรน
โรคบาดทะยัก หากเกิดแผลในผู้สูงอายุจะมีโอกาสติดเชื้อบาดทะยักได้ง่าย ทำให้เกิดกล้ามเนื้อแข็งเกร็ง หายใจลำบาก หากมีอาการรุนแรงอาจเสียชีวิตได้
โรคคอตีบที่รุนแรงทำให้หายใจลำบาก หากมีอาการรุนแรงอาจเสียชีวิตได้
โรคไอกรนทำให้ไอต่อเนื่องอย่างรุนแรง
เปิด 3 จุดฉีดวัคซีน mRNA ฟรี ให้ผู้ที่ยังไม่ได้ฉีด หรือผู้ที่รอวัคซีนทางเลือก
ใช้ลูกเหม็นดับกลิ่นไม่ถูกวิธี ระวัง...! เกิดอันตรายกับร่างกาย เม็ดเลือดแดงแตก ภาวะเลือดจาง
ข้อแนะนำ : ฉีดวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก-คอตีบ-ไอกรน 1 เข็ม และวัคซีนป้องกันโรคบาดทะยัก-คอตีบ ทุก 10 ปี
อย่างไรก็ตามควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนฉีดวัคซีนเพื่อความปลอดภัย
ที่มา สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา