นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดสายพันธุ์โอมิครอน ในไทย ภาพรวมของประเทศ เป็นโอมิครอน 16% ถ้าเฉพาะในกทม. 40% (นับจากการส่งตัวอย่างจากการเดินทางมาสนามบินสุวรรณภูมิ) และในต่างจังหวัด 8%
"เช็ก 5 อาการโอมิครอน" ที่แพทย์ตรวจพบในกลุ่มผู้ติดเชื้อโควิด
ขณะที่สัดส่วนของผู้เดินทางจากต่างประเทศพบโอมิครอนเกินครึ่ง 53% และพบในประเทศประมาณ 3.8% รวมแล้ว 205 ราย แบ่งเป็นเดินทางมาจากประเทศ 180 ราย อีก 25 รายที่ติดเชื้อโอมิครอนในประเทศโดยมีความสัมพันธ์กับผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศใน 180 รายที่กล่าวมา
โอมิครอนทำผู้ป่วยในยุโรปพุ่งเป็นสถิติใหม่
โดยมีคลัสเตอร์แรกในประเทศไทยที่ใหญ่ที่สุดคือ คือ สองสามีภรรยาที่มาจากประเทศเบลเยียม จนเกิดการระบาดใน จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งพบว่ามีผู้ติดเชื้อสายพันธุ์โอมิครอนแล้ว 20 ราย และ 5 รายเก็บตัวอย่างใหม่
ส่วนคลัสเตอร์อื่นๆ คือ มีจำนวน 3 รายในพื้นที่ภาคใต้จากผู้แสวงบุญ / แม่บ้านในโรงแรมแห่งหนึ่ง 1 ราย และ/ ภรรยาของนักบินที่ จ.นนทบุรี
ถ้าจะให้คาดการณ์อาจมีการแพร่เชื้อจากคนเดินทางต่างประเทศ มีคลัสเตอร์เพิ่มเติมได้ เนื่องจากแพร่ได้ค่อนข้างเร็ว จึงอยากให้ทุกฝ่ายลดความเสี่ยงเพื่อยันสถานการณ์ให้ได้นานที่สุด แม้ว่าสุดท้ายโอมิครอนจะแพร่ระบาดแต่ว่าก็ต้องยันให้มันนานที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ ขณะเดียวกันอาการก็ไม่ได้รุนแรงมากมาย จากหลักฐานเชิงประจักษ์เท่าที่เห็นก็ไม่ต้องน่าวิตกกังวลมากเกินไป ก็ต้องช่วยกันมาฉีดวัคซีนเข็มกระตุ้นในเร็วก็จะช่วยได้
เช็กพิกัด! รวมจุดฉีดวัคซีนโควิด เข็ม 3 ทั้งจองคิวออนไลน์ - walk in เริ่ม 23 ธ.ค. 64
สถานกาณ์โอมิครอนทั่วโลก แพร่เร็วกว่าเดลตาแต่อาการไม่รุนแรงกับปอด
สถานการณ์การแพร่ระบาดของสายพันธุ์โอมิครอนทั่วโลกแพร่ระบาดไปแล้วประมาณ 106 ประเทศ ซึ่งมีสายพันธุ์ย่อย 3 สายพันธุ์ แต่ส่วนใหญ่ที่แพร่ระบาดทั่วไปคือสายพันธุ์ BA.1 ซึ่งกลายพันธุ์ตั้งแต่ช่วงแรกในแอฟริกาใต้ ส่วนย่อยอื่นๆ คือ BA.2 และ BA.3 จะพบจำนวนเล็กน้อย
ขณะที่ความสามารถในการแพร่ระบาด ซึ่งถ้าดูจาก มาหวิทยาลัยในฮ่องกง หรือ The University of Hong Kong เอาเซลล์ของเยื่อบุหลอดลมเอามาดูและนำเชื้อโอมิครอนติดเช้าไป พบว่า
ถ้าเป็นทางเดินหายใจในระดับหลอดลม มันแพร่ขยายเร็วมากและเร็วกว่าเดลตา 70 เท่า แต่เมื่อลงไปเนื้อปอด กลับพบว่า ไม่ค่อยทำอันตรายกับเนื้อปอดได้เท่าเดลตา ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เห็ยว่า โอมิครอน แพร่เร็ว เนื่องจากมันมีจำนวนเยอะมากในทางเดินหายใจส่วนบน ซึ่งแพร่ไปยังผู้คนรอบข้างได้ง่าย
ส่วนในอังกฤษซึ่งพบผู้ป่วยสายพันธุ์โอมิครอนจำนวนมาก (มากที่สุดในโลก) ถ้ามีการติดเชื้อกับคนในครัวเรือน และแพร่ให้คนในครัวเรือนพบว่า เดลตา 10.3% โอมิครอน 15.8% ซึ่งนั่นหมายความว่า ถ้าคนในครอบครัวติดเชื้อ 1 คน คนใกล้ชิดจะติดเร็วกว่าเดลตา
แต่ถ้าในชุมชน กรณีเดลตาเกิดคลัสเตอร์ในชุมชนได้ประมาณ 3% แต่ถ้าโอมิครอนขึ้นไปประมาณ 8.7% หรือ ประมาณ 3 เท่า ขณะที่ในสหรัฐอเมริกา พบว่า จากเดิมเป็นสายพันธุ์โอมิครอน 12% ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 70% แล้วภายใน 1 สัปดาห์ แพร่ระบาดแล้ว 47 รัฐ
ส่วนความรุนแรงในอังกฤษ พบว่า กรณีที่ติดเชื้อเดลตาประมาณ 50% ต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลส่วนใหญ่ 60% ต้องรักษาตัวมากกว่า 1 วัน ขณะที่สายพันธุ์โอมิครอนผู้ป่วยที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลมีประมาณ 20-25% และนอนรักษาตัวมากกว่า 1 วันลดลงเหลือ 40% จึงคาดว่าน่าจะทำให้เกิดอาการรุนแรงน้อยกว่าเมื่อเทียบกับเดลตา
นอกจากนั้นแล้ว ตามข้อมูลของ ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) ของสหรัฐ ระบุด้วยว่า ผู้ที่เคยติดเชื้อโควิด-19 มาก่อน หรือได้รับวัคซีนมาก่อนอาจป้องกันโอมิครอนได้ไม่มาก แต่อาการรุนแรงลดลง เมื่อเทียบกับผู้ไม่เคยฉีดวัคซีนหรือไม่เคยติดเชื้อมาก่อน รวมถึงวัคซีนบูสเตอร์ ที่ทำให้ภูมิมันยกระดับขึ้นไปสูงมากพอก็จะช่วยลดการติดเชื้อและอาการป่วยหนักรุนแรง