สำนักงานวิจัยและพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพ (สวค.) ภายใต้สำนักงานพัฒนานโยบายสุขภาพระหว่างประเทศ (IHPP) ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข จัดสัมมนาทางวิชาการเรื่อง “การประยุกต์ศาสตร์ทางวิศวกรรม ในการจัดการทรัพยากรสุขภาพของโรงพยาบาล” หลังพบปัญหาขาดแคลนทั้งอุปกรณ์ และบุคลากรการแพทย์ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ระบาดที่ผ่านมา
นายแพทย์โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า จากการระบาดของโควิด-19 หน่วยบริการด้านสาธารณสุข ได้มีการนำระบบเข้ามาบริหารจัดการทรัพยากรด้านสาธารณสุขในบางพื้นที่
นายแพทย์โสภณ เมฆธน ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงสาธารณสุข
เช่น ระบบการฉีดวัคซีนที่จังหวัดนครราชสีมา, ระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลของโรงพยาบาลในพื้นที่ อาทิ การหาเตียงว่าง หาเครื่องเอกซเรย์ปอด
“ช่วงแรกที่ขาดแคลนชุดพีพีอี เราก็ได้สมาคมอุตสาหกรรมสิ่งทอเข้ามาช่วยเหลือ แล้วก็มีเรื่องระบบดิจิตอล แต่หากเกิดสถานการณ์แบบเดิม และมีการระดมกำลัง ถ้าใช้ระบบสาธารณสุขแบบเดิมๆ ก็จะเหน็ดเหนื่อยกันมาก จึงมองว่าถ้านำศาสตร์ด้านวิศวกรรมอุตสาหกรรม ที่ใช้ในการวางแผนทรัพยากร เข้ามาช่วย น่าจะเป็นทิศทางที่ดี” นายแพทย์โสภณ กล่าว
นายแพทย์โสภณ กล่าวอีกว่า จากโมเดลการบริหารจัดการโดยใช้หลักวิศวกรรมที่ผ่านการถอดบทเรียนมาจากประสบการณ์ในช่วงโควิด-19 ระบาดที่ผ่านมา เชื่อว่า หากเกิดการระบาดของโรคอุบัติใหม่ อย่างโรคฝีดาษวานร ที่กำลังวิตกกันในขณะนี้ ระบบสาธารณสุของประเทศไทยสามารถที่จะรับมือได้
ดร.กฤษดา แสวงดี หัวหน้าทีมนักวิจัย และ อุปนายกสภาการพยาบาล กล่าวเพิ่มเติมว่า จุดเด่นที่ทำให้ระบบสาธารณสุขของไทยประสบความสำเร็จ คือ สังคมมีการตื่นตัวและมีความเข้าใจสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ถึงตอนนี้ ประชาชนเริ่มเข้าใจแล้วว่า การรักษาโรคไม่จำเป็นต้องมาโรงพยาบาล
ในภาวะวิกฤติ ทั้งประชาชนและบุคลากรทางการแพทย์ ต่างให้ความสนใจการใช้สื่อออนไลน์ และจากบทเรียนของบุคลากรทางการแพทย์ มีความตั้งใจที่จะพัฒนาสกิล (skill) ในการรักษา ทำให้สามารถทำงานรักษาคนไข้ได้อย่างรวดเร็ว
“นอกจากนี้ยังพบว่าการบรรจุสิทธิ์บุคลากรด้านการแพทย์และสาธารณสุขกว่า 30,000 ตำแหน่งเป็นข้าราชการ ทำให้เกิดขวัญและแรงจูงใจในการทำงานหนัก ไม่เช่นนั้นเราอาจประสบกับปัญหาบุคลากรลาออก ทำให้ไม่ต้องเผชิญปัญหาขาดแคลน อย่างไรก็ตามจุดอ่อนที่พบตอนนี้ คือ ที่ผ่านมาใช้วิธีการขยายงานที่เพิ่มขึ้น ทำให้บุคลากรเหนื่อยล้า เราจึงคาดหวังว่า ศาสตร์ด้านวิศวกรรม ที่จะใช้ในการวางแผนทรัพยากร และการออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ น่าจะเป็นทางเลือกที่สำคัญ” ดร.กฤษดา กล่าว
ดร.กฤษดา แสวงดี หัวหน้าทีมนักวิจัย และ อุปนายกสภาการพยาบาล
สำหรับตัวอย่าง การใช้ศาสตร์ทางวิศวกรรม ที่นำมาใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรสุขภาพ ได้แก่ 1.การคาดการณ์ผู้ป่วยโควิด-19 เพื่อเตรียมทรัพยากรให้เพียงพอต่อการรับมือ 2.การสร้างแบบจำลองเพื่อดูแลการให้บริการฉีดวัคซีน 3.แนวทางการรับมือ การระดมทรัพยากร หรือที่เรียกว่า surge capacity ด้วยการขยายหน่วยย่อย icu พร้อมทรัพยากรและกระบวนการทำงานที่จำเป็น และ 4. การจัดตารางเวรเจ้าหน้าที่ด้วยโมเดลคณิตศาสตร์ เป็นต้น
ทั้งนี้ ดร.นพ.ฑิณกร โนรี สำนักงานวิจัยและพัฒนากำลังคนด้านสุขภาพ กล่าวด้วยว่า ภายหลังจากการสัมมนาครั้งนี้ จะได้มีการนำเอาแนวคิดและวิธีการของศาสตร์ทางด้านวิศวกรรม มาประยุกต์เพื่อใช้ในโรงพยาบาลของกระทรวงสาธารณสุข เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้ทรัพยากรต่อไป