เช็กหลอดเลือดแบบไหนดี? เปรียบเทียบ CT Calcium Score กับ Carotid Ultrasound

โดย PPTV Online

เผยแพร่

CT Calcium Score และ Carotid Ultrasound ตรวจหลอดเลือดคนละจุด เหมาะกับคนต่างกลุ่ม รู้ข้อดี ข้อจำกัด และเลือกตรวจให้เหมาะกับความเสี่ยงของตัวเอง

นพ.อกนิษฐ์ ศรีสุขวัฒนา หรือ หมอแอร์ อายุรแพทย์โรคหัวใจ และผู้ชำนาญการด้าน Sports Cardiology โรงพยาบาลสมิติเวช ศรีนครินทร์ เผยแพร่ข้อมูลผ่านเพจ Akanis Srisukwattana อธิบายว่า ทั้ง 2 การตรวจไม่สามารถใช้แทนกันได้ทั้งหมด โดยหลักง่าย ๆ คือ

  • คนอายุน้อยที่ต้องการค้นหาความผิดปกติของหลอดเลือดตั้งแต่ระยะเริ่มต้น  Carotid Ultrasound น่าสนใจ
  • คนที่อายุมากขึ้นและต้องการประเมินความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจอย่างเป็นระบบ  CAC มีข้อมูลสนับสนุนมากกว่า

 

เปรียบเทียบ CT Calcium Score กับ Carotid Ultrasound Akanis Srisukwattana
เปรียบเทียบ CT Calcium Score กับ Carotid Ultrasound

ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจำเป็นต้องตรวจ และการเลือกตรวจควรพิจารณาจากความเสี่ยงของแต่ละคนร่วมด้วย

CT Calcium Score ตรวจอะไร?

CT Coronary Calcium Score หรือ CAC เป็นการตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ เพื่อดูว่ามี **แคลเซียมหรือหินปูนสะสมอยู่ในคราบไขมันของหลอดเลือดหัวใจหรือไม่

  • จุดเด่นคือเป็นการตรวจ หลอดเลือดหัวใจโดยตรง และมีการให้คะแนนที่เรียกว่า Agatston Score โดยทั่วไป ยิ่งคะแนนสูง ก็ยิ่งสะท้อนว่ามีคราบไขมันที่มีแคลเซียมสะสมในหลอดเลือดหัวใจมากขึ้น และสัมพันธ์กับความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจในอนาคตที่สูงขึ้น

ผลตรวจยังสามารถรายงานทั้งคะแนนที่ได้จริง หรือ Absolute Score และคะแนนเปรียบเทียบกับคนที่มีอายุและเพศเดียวกัน หรือ Percentile ทำให้แพทย์สามารถนำผลไปประกอบกับปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ เพื่อประเมินความเสี่ยงและวางแผนป้องกันโรคหัวใจได้

แนวทาง ACC/AHA ปี 2026 สนับสนุนการใช้ CAC แบบเลือกตรวจ โดยเฉพาะ ผู้ชายอายุ 40 ปีขึ้นไป และผู้หญิงอายุ 45 ปีขึ้นไป ในกรณีที่ประเมินความเสี่ยงแล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรป้องกันโรคหัวใจอย่างเข้มข้นเพียงใด ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่อายุถึงเกณฑ์ต้องไปตรวจ CAC

Carotid Doppler Ultrasound ตรวจอะไร?

Carotid Doppler Ultrasound หรือ Carotid Duplex Ultrasound คือการใช้อัลตราซาวนด์ตรวจหลอดเลือดแดงบริเวณคอ โดยไม่ต้องใช้รังสี การตรวจสามารถดูได้หลายอย่าง เช่น

  • มีคราบไขมัน หรือ Plaque ในหลอดเลือดหรือไม่
  • คราบไขมันอยู่บริเวณใดและมีขนาดมากน้อยเพียงใด
  • ความหนาของผนังหลอดเลือด หรือ CIMT
  • การไหลเวียนของเลือด
  • มีภาวะหลอดเลือดคอตีบหรือไม่

หลายคนอาจคุ้นกับคำว่า CIMT แต่จริง ๆ แล้ว CIMT เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการตรวจ Carotid Ultrasound เท่านั้น หากต้องการดูว่ามีภาวะหลอดเลือดแข็งหรือไม่ สิ่งสำคัญไม่ได้มีเพียงค่า CIMT แต่ควรดูด้วยว่า มีคราบไขมันในหลอดเลือด หรือ Carotid Plaque หรือไม่ และมีมากน้อยเพียงใด

ทำไมคนอายุน้อย Carotid Ultrasound จึงน่าสนใจ?

ภาวะหลอดเลือดแข็งไม่ได้เริ่มต้นจากการมีหินปูนทันที ในระยะแรกอาจมีคราบไขมันเกิดขึ้นแล้ว แต่ยังมีแคลเซียมไม่มากพอที่จะตรวจพบด้วย Calcium Score จึงเป็นไปได้ที่คนอายุน้อยบางคนจะมีผล CAC = 0 แต่เมื่อตรวจ Carotid Ultrasound กลับพบคราบไขมันในหลอดเลือดคอ ตัวอย่างจากการศึกษา PESA ซึ่งศึกษาคนที่ไม่มีอาการ อายุ 40–54 ปี มากกว่า 4,000 คน พบว่า

  • พบ Carotid Plaque ประมาณ 31%
  • พบ CAC > 0 ประมาณ 18%

ข้อมูลนี้แสดงให้เห็นว่า ในคนวัยกลางคน Carotid Ultrasound อาจตรวจพบความผิดปกติของหลอดเลือดในระยะเริ่มต้นได้ แม้ Calcium Score จะยังเป็น 0 แต่ไม่ได้หมายความว่า “ไขมันต้องเกาะหลอดเลือดคอก่อนหลอดเลือดหัวใจ” หรือสามารถบอกได้ว่า Carotid Plaque จะเกิดก่อน CAC กี่ปี เพราะปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลที่สรุปเช่นนั้นได้

ทำไมไม่ตรวจ Carotid Ultrasound อย่างเดียว?

แม้ Carotid Ultrasound อาจช่วยค้นหาคราบไขมันได้เร็ว แต่การตรวจพบความผิดปกติเร็วกว่า ไม่ได้หมายความว่าจะทำนายความเสี่ยงโรคหัวใจได้ดีกว่าเสมอไป หากต้องการตอบคำถามว่า  “มีความเสี่ยงจะเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจมากแค่ไหน?” CAC มีข้อมูลสนับสนุนมากกว่า เพราะตรวจภาวะหลอดเลือดแข็งใน **หลอดเลือดหัวใจโดยตรง** และมีระบบคะแนนที่เป็นมาตรฐาน

งานวิจัยจาก MESA ซึ่งเปรียบเทียบการตรวจทั้ง 2 วิธี พบว่า CAC สามารถช่วยทำนายและจัดกลุ่มความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจได้มากกว่า Carotid Plaque Score จึงสรุปง่าย ๆ ได้ว่า

  • Carotid Ultrasound เด่นเรื่องการค้นหาคราบไขมันในหลอดเลือดระยะเริ่มต้น
  • CAC เด่นเรื่องการประเมินความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจ และมีระบบคะแนนที่นำไปใช้ทางการแพทย์ได้เป็นระบบมากกว่า

แล้วอายุเท่าไร ควรตรวจอะไร?

คนอายุน้อย หากมีเหตุผลที่ต้องการค้นหาความผิดปกติของหลอดเลือดตั้งแต่ระยะเริ่มต้น เช่น

  • มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจตั้งแต่อายุน้อย
  • มี LDL หรือ ApoB สูงมาเป็นเวลานาน
  • มีปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจหลายอย่าง

การตรวจ Carotid Ultrasound ที่ดูคราบไขมันร่วมกับ CIMT อาจให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ เพราะสามารถเห็นคราบไขมันได้โดยไม่ต้องรอให้เกิดแคลเซียมสะสมในหลอดเลือด

ผู้ชายประมาณ 40 ปีขึ้นไป และผู้หญิงประมาณ 45 ปีขึ้นไป

หากประเมินความเสี่ยงเบื้องต้นแล้ว แต่ยังต้องการข้อมูลเพิ่มเติมว่า มีคราบไขมันสะสมในหลอดเลือดหัวใจมากน้อยเพียงใดการตรวจ CT Calcium Score มักมีข้อมูลสนับสนุนมากกว่า โดยเฉพาะในกรณีที่ผลตรวจจะนำไปช่วยแพทย์ตัดสินใจเรื่องการป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือด

หมอแอร์ย้ำว่า CAC = 0 แปลว่าไม่ได้แปลว่าหลอดเลือดสะอาด ซึ่งยังตรวจไม่พบคราบไขมันที่มีแคลเซียมสะสมในหลอดเลือดหัวใจ แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีคราบไขมันชนิดอื่นเลย เพราะโดยเฉพาะในคนอายุน้อย ยังสามารถมี Non-calcified Plaque หรือคราบไขมันที่ยังไม่มีแคลเซียมสะสมได้

ข้อมูลจาก MESA พบว่า คนที่มี CAC = 0 ยังสามารถพบ Carotid Plaque ได้ประมาณหนึ่งในสาม นอกจากนี้ บางคนอาจไม่พบคราบไขมันในหลอดเลือดคอ แต่กลับพบแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจได้ ซึ่งเป็นความแตกต่างของผลตรวจ หรือ Discordance ดังนั้น CAC = 0 ถือเป็นข้อมูลที่ดีในแง่ความเสี่ยง แต่ไม่ได้แปลว่าไม่มีภาวะหลอดเลือดแข็งอยู่เลย

ถ้าต้องการติดตามผลการรักษาไขมัน ควรตรวจอะไร?

หากต้องการติดตามว่าการรักษาภาวะไขมันในเลือดสูงได้ผลหรือไม่ ไม่ควรเลือกตรวจ CAC หรือ CIMT เพียงเพราะต้องการดูว่าหลอดเลือดดีขึ้นหรือแย่ลง เนื่องจาก Calcium Score สามารถเพิ่มขึ้นได้ตามเวลา และในคนที่รับยาลดไขมัน การที่ Calcium Score เพิ่มขึ้นไม่ได้หมายความโดยตรงว่าโรคแย่ลง

ส่วนการเปลี่ยนแปลงของ CIMT ก็ยังไม่ใช่ตัวชี้วัดที่ดีพอสำหรับใช้แทนการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดจริง ดังนั้น หลังพบว่ามีความเสี่ยงแล้ว การติดตามผลการรักษาควรดูตัวชี้วัดอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ApoB, LDL และ HbA1c ตามความเหมาะสม

ส่วนจะต้องตรวจอะไรเพิ่มเติม เมื่อไร หรือจำเป็นต้องตรวจภาพหลอดเลือดซ้ำหรือไม่ ควรให้แพทย์พิจารณาเป็นรายบุคคล และ ไม่จำเป็นต้องตรวจหลอดเลือดซ้ำทุกปี

สรุปควรตรวจแบบไหนดี?

ทั้ง CT Calcium Score และ Carotid Ultrasound มีประโยชน์ แต่ไม่ได้ตอบคำถามเดียวกัน

  • หากต้องการ ค้นหาคราบไขมันในหลอดเลือดระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะในคนอายุน้อยที่มีปัจจัยเสี่ยง Carotid Ultrasound อาจให้ข้อมูลที่น่าสนใจ
  • ส่วนหากต้องการ ประเมินความเสี่ยงโรคหลอดเลือดหัวใจ โดยเฉพาะในคนที่อายุมากขึ้นและผลตรวจจะนำไปช่วยตัดสินใจเรื่องการป้องกันโรค CAC มีข้อมูลวิจัยรองรับมากกว่า

ทั้งนี้ไม่ใช่ทุกคนที่จำเป็นต้องตรวจ และไม่ควรเลือกตรวจจากอายุเพียงอย่างเดียว ควรพิจารณาประวัติครอบครัว ระดับไขมันในเลือด ปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ และความเสี่ยงโรคหัวใจโดยรวม แล้วให้แพทย์ช่วยเลือกวิธีตรวจที่เหมาะสมกับแต่ละคน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ