นพ.เจษฎ์ บุณยวงศ์วิโรจน์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา เปิดเผยผ่านเพจ หมอเจด ถึง 5 เครื่องดื่มที่เหมาะสำหรับดื่มในตอนเช้า โดยระบุว่า สำหรับคนที่ตื่นมาแล้วรู้สึกว่า “ถ้าไม่มีกาแฟ สมองยังไม่เปิด” กาแฟอาจไม่ใช่ทางเลือกเดียวในการช่วยให้ร่างกายตื่นตัวและเริ่มต้นวัน
แม้บางคนสามารถดื่มกาแฟวันละแก้วได้โดยไม่มีปัญหา แต่บางคนอาจมีอาการใจสั่น กรดไหลย้อน หรือนอนไม่หลับ ขณะที่กาแฟดำหนึ่งแก้วอาจค่อย ๆ กลายเป็นลาเต้หวานที่เติมวิปครีมจนมีพลังงานสูงกว่ามื้อเช้าได้
หมอเจดย้ำว่า ไม่มีเครื่องดื่มชนิดใดที่ดื่มแล้วสามารถ “เผาไขมันพรวด” โดยไม่ต้องเปลี่ยนพฤติกรรมด้านอาหาร การนอน และการเคลื่อนไหวร่างกาย สิ่งที่เครื่องดื่มบางชนิดอาจช่วยได้ คือเพิ่มความตื่นตัวเล็กน้อย ช่วยให้อิ่ม ลดพลังงานจากเครื่องดื่มหวาน และช่วยให้จัดการมื้อถัดไปได้ง่ายขึ้น
5 เครื่องดื่มตอนเช้า ช่วยกระตุ้นเผาผลาญ
น้ำเปล่าหลังตื่น
ตัวเลือกที่ง่ายที่สุด แต่หลายคนมักข้ามแล้วไปเลือกเครื่องดื่มอื่นก่อน หลังจากนอนประมาณ 6–8 ชั่วโมง ร่างกายไม่ได้รับน้ำเป็นเวลาหลายชั่วโมง ทำให้บางคนตื่นมาคอแห้งหรือมีปัสสาวะสีเข้ม ก่อนเริ่มวันด้วยชาเย็นหรือกาแฟหวานทันที
การเริ่มต้นเช้าด้วยน้ำเปล่า 1 แก้ว ไม่ได้หมายความว่าน้ำจะมีพลังวิเศษในการละลายไขมัน แต่การมีน้ำเพียงพอช่วยให้ระบบไหลเวียน การทำงานของกล้ามเนื้อ และกระบวนการเผาผลาญตามปกติทำงานได้ดี
มีข้อมูลว่าการดื่มน้ำอาจเพิ่มการใช้พลังงานขึ้นเล็กน้อยในช่วงเวลาสั้น ๆ โดยเฉพาะการดื่มน้ำเย็น เนื่องจากร่างกายต้องใช้พลังงานในการปรับอุณหภูมิ แต่ปริมาณพลังงานที่ใช้ไม่ได้มากจนสามารถนำมาใช้แทนการออกกำลังกายได้
ประโยชน์อีกอย่างคือ หากเริ่มวันด้วยน้ำเปล่า อาจช่วยลดโอกาสหยิบน้ำหวานเป็นเครื่องดื่มแก้วแรกของวัน และสำหรับคนที่ตื่นมาแล้วรู้สึกหิวบ่อย ลองดื่มน้ำก่อนประมาณ 10–15 นาที บางครั้งอาจพบว่าสิ่งที่คิดว่าเป็นความหิว แท้จริงแล้วอาจเกิดจากการขาดน้ำ
ชาเขียวหรือมัตจะไม่หวาน
ชาเขียวหรือมัตจะเป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่ต้องการความตื่นตัว แต่ไม่อยากดื่มกาแฟ โดยชาเขียวมีคาเฟอีน แต่โดยทั่วไปมีปริมาณน้อยกว่ากาแฟหนึ่งแก้ว และยังมีสารกลุ่มคาเทชิน (catechins) โดยเฉพาะ EGCG ซึ่งมีข้อมูลว่ามีผลต่อการใช้พลังงานและการเผาผลาญไขมันได้เล็กน้อย คำสำคัญคือ “เล็กน้อย” เพราะผลดังกล่าวเป็นเพียงตัวช่วย ไม่ใช่การดื่มมัทฉะหนึ่งแก้วแล้วสามารถชดเชยอาหารมื้อหนักได้
สำหรับมัทฉะ ข้อดีคือเป็นใบชาทั้งใบในรูปผง แต่สิ่งที่ต้องระวังคือเครื่องดื่มมัทฉะตามร้านจำนวนมากอาจมีนมหวาน น้ำเชื่อม และครีม ซึ่งทำให้มีพลังงานสูงขึ้น หากต้องการประโยชน์ด้านการเผาผลาญ ควรเลือกมัทฉะเพียว ชาเขียวไม่หวาน หรือใส่นมไม่หวานในปริมาณพอดี
ผู้ที่ใจสั่นง่าย นอนหลับไม่ดี หรือไวต่อคาเฟอีน ควรพิจารณาปริมาณและช่วงเวลาในการดื่มให้เหมาะสมกับตัวเอง
ชาขิงไม่หวาน
เหมาะสำหรับคนที่ไม่ต้องการคาเฟอีน โดยขิงมีสารสำคัญ เช่น gingerols และ shogaols ซึ่งมีข้อมูลว่ามีผลต่อการสร้างความร้อนของร่างกายและการใช้พลังงานเล็กน้อย รวมถึงอาจช่วยเรื่องคลื่นไส้และการย่อยอาหารในบางคน จุดเด่นของชาขิงคือดื่มง่ายในตอนเช้า โดยเฉพาะคนที่ตื่นมาแล้วรู้สึกท้องอืด รู้สึกหนาว ๆ หรือไม่อยากรับประทานอาหารหนัก
ควรเลือกชนิดของชาขิงด้วย หากเป็นขิงสดต้มกับน้ำร้อนโดยไม่เติมน้ำตาลถือเป็นตัวเลือกที่เหมาะสม แต่หากเป็นผงขิงสำเร็จรูปที่มีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบอันดับแรก อาจทำให้ได้รับน้ำตาลมากกว่าที่ต้องการ
ผู้ที่มีกรดไหลย้อนหรือกระเพาะไว ควรลองดื่มในปริมาณน้อยก่อน เพราะขิงที่มีความเข้มข้นสูงอาจทำให้บางคนรู้สึกแสบหรือไม่สบายท้องได้
โกโก้ไม่หวาน
สำหรับคนที่ชื่นชอบช็อกโกแลต โกโก้ไม่หวานเป็นอีกทางเลือกที่ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นวันด้วยน้ำตาลปริมาณมาก เพราะผงโกโก้แท้ไม่หวานแตกต่างจากโกโก้เย็นที่มักเติมนมข้น น้ำตาล หรือไซรัป โกโก้มีสารกลุ่มโพลีฟีนอล (polyphenols) โดยเฉพาะฟลาวานอล (flavanols) ซึ่งมีความสัมพันธ์กับการทำงานของหลอดเลือดและความไวต่ออินซูลินในงานศึกษาบางส่วน
การใช้ผงโกโก้แท้ชงกับน้ำร้อน หรือใช้นมจืดหรือนมถั่วเหลืองไม่หวานในปริมาณพอดี จะช่วยให้ได้เครื่องดื่มที่ยังมีรสชาติ แต่ไม่จำเป็นต้องเติมน้ำตาลจำนวนมากตั้งแต่เช้า
โกโก้ไม่หวานยังเหมาะกับคนที่เลิกโกโก้หวานได้ยาก โดยไม่จำเป็นต้องลดความหวานจาก 100 เป็น 0 ในวันเดียว สามารถค่อย ๆ ลดความหวานลง เพื่อให้ลิ้นกลับมารับรู้รสชาติของโกโก้จริง ๆ แต่หากเติมน้ำตาล 3 ช้อน นมข้น และไซรัปจำนวนมาก เครื่องดื่มดังกล่าวก็อาจกลายเป็นของหวานมากกว่าเครื่องดื่มที่ช่วยเรื่องระบบเผาผลาญ
นมจืดหรือนมถั่วเหลืองไม่หวานที่มีโปรตีน
นมจืดหรือนมถั่วเหลืองไม่หวานที่มีโปรตีน ไม่ได้ช่วยให้ตื่นตัวด้วยคาเฟอีน แต่ช่วยเรื่องระบบเผาผลาญในอีกทางหนึ่ง โปรตีนมีสิ่งที่เรียกว่า thermic effect of food หรือพลังงานที่ร่างกายต้องใช้ในการย่อยและจัดการสารอาหาร โดยร่างกายใช้พลังงานในการจัดการโปรตีนในสัดส่วนที่สูงกว่าคาร์โบไฮเดรตหรือไขมัน
หากเช้าไหนไม่หิวมาก นมจืด นมโปรตีนที่มีน้ำตาลไม่สูง หรือนมถั่วเหลืองไม่หวาน อาจช่วยให้ได้รับโปรตีนและอิ่มนานกว่าการดื่มน้ำหวานเพียงอย่างเดียว เหมาะกับคนที่ปกติไม่รับประทานอาหารเช้าแล้วมักหิวจัดในช่วงประมาณ 10 โมงจนรับประทานขนมเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะคนอายุ 40–50 ปีขึ้นไป ควรให้ความสำคัญกับโปรตีนและมวลกล้ามเนื้อ เพราะกล้ามเนื้อเป็นหนึ่งในเนื้อเยื่อที่ใช้พลังงาน และมีบทบาทในการรับกลูโคสจากเลือดไปใช้
หากมีโรคไตและจำเป็นต้องจำกัดโปรตีน ควรรับประทานในปริมาณตามคำแนะนำของแพทย์ที่ดูแล ไม่ควรเพิ่มโปรตีนด้วยตัวเองเพียงเพราะต้องการกระตุ้นการเผาผลาญ
อยากให้การเผาผลาญดีขึ้น อย่าหยุดแค่เครื่องดื่ม
หากต้องการให้การเผาผลาญในช่วงเช้าดีขึ้น ไม่ควรพึ่งเครื่องดื่มเพียงอย่างเดียว แต่ควรทำควบคู่กับพฤติกรรมอื่น ๆ ได้แก่
- ดื่มน้ำหลังตื่น แล้วขยับร่างกายประมาณ 5–10 นาที
- หากมีเวลา ควรเดินรับแสงเช้าหรือเดินหลังมื้อเช้าประมาณ 10–15 นาที
- หากดื่มชาเขียว มัตจะ โกโก้ หรือชาขิง ควรเลือกแบบไม่หวานหรือหวานน้อยจริง
- หากหิวตอนเช้า ควรมีแหล่งโปรตีน เช่น ไข่ ปลา เต้าหู้ โยเกิร์ตไม่หวาน หรือนมโปรตีนในปริมาณที่เหมาะสม
- นอนหลับให้เพียงพอ เพราะการนอนเพียง 4 ชั่วโมงแล้วหวังแก้ปัญหาระบบเผาผลาญด้วยเครื่องดื่มเพียงอย่างเดียว เปรียบเหมือนการใช้พัดลมช่วยเครื่องยนต์ที่ร้อนทั้งระบบ
น้ำมะนาวหรือน้ำผสมน้ำส้มสายชูช่วยเร่งเผาผลาญหรือไม่?
สำหรับน้ำมะนาวหรือน้ำผสมน้ำส้มสายชู สามารถดื่มได้หากชอบ แต่ไม่ใช่เครื่องดื่มที่ควรยกให้เป็นพระเอกในเรื่อง “เร่งเผาผลาญ” น้ำมะนาวมีข้อดีตรงที่อาจช่วยให้บางคนดื่มน้ำได้ง่ายขึ้น ส่วน vinegar มีข้อมูลบางส่วนเกี่ยวกับระดับน้ำตาลหลังอาหาร แต่ไม่ได้หมายความว่าจำเป็นต้องดื่มตอนท้องว่างทุกเช้า อีกทั้งน้ำส้มสายชูแบบเข้มข้นยังอาจระคายกระเพาะและทำลายเคลือบฟันได้ หากต้องการเลือกเครื่องดื่มที่ง่ายและคุ้มค่า ควรให้ความสำคัญกับน้ำเปล่า ชาไม่หวาน และโปรตีนที่เหมาะสมก่อน
เครื่องดื่มช่วยได้ แต่พฤติกรรมโดยรวมสำคัญกว่า
การเลือกเครื่องดื่มในตอนเช้าสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพได้ โดยน้ำเปล่าช่วยให้ร่างกายเริ่มต้นวันในภาวะที่มีน้ำเพียงพอ ชาเขียวหรือมัทฉะช่วยเรื่องความตื่นตัวและอาจเพิ่มการใช้พลังงานได้เล็กน้อย ชาขิงช่วยให้ร่างกายรู้สึกอุ่นและอาจช่วยให้บางคนสบายท้องขึ้น โกโก้ไม่หวานช่วยให้ได้รับสารจากโกโก้โดยไม่ต้องรับน้ำตาลในปริมาณมาก ส่วนนมจืดหรือนมถั่วเหลืองไม่หวานช่วยเพิ่มโปรตีนและความอิ่ม ทั้งนี้ไม่ควรหลงกับคำว่า “เร่งเผาผลาญ” จนมองข้ามปัจจัยสำคัญกว่า หากนอนหลับเพียงพอ ขยับร่างกาย รักษามวลกล้ามเนื้อ ไม่ดื่มน้ำหวานตลอดทั้งวัน และควบคุมพลังงานโดยรวมให้เหมาะสม เครื่องดื่มตอนเช้าก็จะเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ดี แต่หากตลอดทั้งวันแทบไม่ขยับร่างกาย แล้วหวังให้มัทฉะหนึ่งแก้วจัดการทุกอย่าง เครื่องดื่มเพียงแก้วเดียวก็ไม่สามารถชดเชยพฤติกรรมโดยรวมได้
ดังนั้น หากไม่อยากง้อกาแฟในตอนเช้า ยังมีทางเลือกอีกหลายอย่าง ทั้งน้ำเปล่า ชาเขียวหรือมัทฉะ ชาขิง โกโก้ไม่หวาน และนมจืดหรือนมถั่วเหลืองไม่หวานที่มีโปรตีน สิ่งสำคัญคือเลือกให้เหมาะกับตัวเอง และควบคู่ไปกับการนอนหลับที่เพียงพอ การรับประทานอาหารที่เหมาะสม และการขยับร่างกาย เพราะท้ายที่สุดแล้ว ระบบเผาผลาญไม่ได้ต้องการ “สูตรลับในแก้ว” แต่ต้องการ “การใช้ชีวิต” ที่เหมาะสมในทุกวัน