นพ.ฒัชชณพงศ์ จงเจริญยานนท์ แพทย์เฉพาะทางโรคระบบทางเดินหายใจและเวชบำบัดวิกฤตในเด็ก โรงพยาบาลสมิติเวช สุขุมวิท เจ้าของเพจ หมอม็อด หมอเด็กขอเล่า แสดงความคิดเห็นต่อกรณีเด็กวัย 2 ขวบพลัดตกจากคอนโดมิเนียมจนเสียชีวิต โดยระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นความสูญเสียที่สร้างความเจ็บปวดอย่างยิ่งให้กับครอบครัว โดยเฉพาะผู้เป็นแม่ที่ต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งนี้ไปอีกนาน จึงไม่ควรมีใครเข้าไปต่อว่าหรือซ้ำเติมคุณแม่อีก
หมอม็อดระบุว่า จากการอ่านความคิดเห็นของชาวเน็ตพบว่าบางคนแสดงความคิดเห็นโดยไม่ได้คำนึงถึงความรู้สึกของผู้เป็นแม่ ทั้งที่ไม่มีใครอยากให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับลูกของตัวเอง สิ่งที่สังคมควรเรียนรู้จากข่าวนี้จึงไม่ใช่การกล่าวโทษผู้สูญเสีย แต่เป็นการหาวิธีป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันกับเด็กคนอื่น
4 วิธีป้องกันอุบัติเหตุเด็กเล็กพลัดตกจากที่สูง
อย่าปล่อยเด็กเล็กอยู่บ้านตามลำพัง แม้ลูกจะนอนหลับอยู่ก็ตาม
เด็กเล็กสามารถตื่นขึ้นมาได้ทุกเมื่อ และอาจออกตามหาพ่อแม่โดยที่ผู้ปกครองไม่รู้ตัว หากจำเป็นต้องออกไปทำธุระ ควรมีผู้ใหญ่อีกคนอยู่ดูแลเด็ก หากอยู่กับลูกเพียงลำพังและจำเป็นต้องออกไปข้างนอก ควรพาลูกไปด้วยเสมอ เพราะแม้จะมีกล้องวงจรปิดคอยเฝ้าดู ก็ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือลูกได้ทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
อย่าประเมินความสามารถในการปีนป่ายของเด็กวัย 2–3 ขวบต่ำเกินไป
เด็กวัยนี้มีความสามารถในการปีนป่ายมากกว่าที่ผู้ปกครองคิด โดยสามารถปีนโต๊ะ เก้าอี้ หรือเฟอร์นิเจอร์เพื่อขึ้นไปยังจุดที่สูงได้แล้ว อุบัติเหตุจากการพลัดตกจากที่สูงจึงเป็นเรื่องที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด
ระวังหน้าต่างและระเบียง โดยเฉพาะที่พักอาศัยในคอนโดมิเนียม
การล็อกหน้าต่างแบบทั่วไปอาจไม่เพียงพอ เพราะเด็กบางคนสามารถเรียนรู้วิธีปลดล็อกได้ด้วยตัวเอง ผู้ปกครองจึงควรติดตั้งอุปกรณ์ล็อกนิรภัยที่เด็กเปิดเองได้ยาก รวมถึงติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันการตกที่ได้มาตรฐานนอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการวางเตียง โซฟา โต๊ะ หรือเก้าอี้ไว้ใกล้หน้าต่างและราวระเบียง เพราะเด็กอาจใช้เฟอร์นิเจอร์เหล่านี้ปีนขึ้นไปจนเสี่ยงต่อการพลัดตกได้
อย่าคิดว่า แค่แป๊บเดียว คงไม่เป็นไร
หมอม็อดระบุว่า จากประสบการณ์ในการพบผู้ป่วยเด็กที่ประสบเหตุจมน้ำ มักได้ยินพ่อแม่พูดว่า “เผลอไปแค่แป๊บเดียวเอง” ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าอุบัติเหตุร้ายแรงสามารถเกิดขึ้นได้ในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ผู้ปกครองจึงไม่ควรคิดว่าการหันไปทำธุระเพียงชั่วครู่จะทำให้ลูกปลอดภัยเสมอไป
ท้ายที่สุด หมอม็อดได้แสดงความเสียใจกับครอบครัวของเด็กที่เสียชีวิต พร้อมส่งกำลังใจให้คุณแม่สามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิตไปได้