ตำรวจ สภ.เชียงแสน นำกำลังเข้าจับกุมตัวนายสุกันทา ภูมิพันธ์ อายุ 37 ปี ชาว จ.พะเยา และนายสมจิตร อินตะสอน อายุ 52 ปี บ้านอยู่เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว สปป.ลาว พร้อมของกลางเป็นนธนบัตรใบละ 1,000 บาท จำนวน 5 มัด และธนบัตรใบละ 500 บาท รวม 5,494,500 บาท มาสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
ภายหลังก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ได้รับรายงานว่าจะมีการลักลอบนำเงินจำนวนมากออกนอกประเทศ ข้ามแม่น้ำโขงไปยังฝั่ง สปป.ลาว โดยไม่ผ่านพิธีการศุลกากร และทำกันเป็นขบวนการ จึงจัดกำลังชุดสืบสวนและชุดสายตรวจออกหาข่าวกระทั่งพบนายสุกันทา หิ้วกล่องพัสดุของไปรษณีย์ไทยเดินลงไปยังท่าเรือจุดผ่อนปรนหน้าที่ว่าการอำเภอเชียงแสน โดยมีเรือหางยาวสัญชาติลาว ซึ่งมีนายสมจิตร เป็นคนขับจอดรออยู่ เจ้าหน้าที่จึงเข้าทำการล็อกตัว และตรวจภายในกล่องไปรษณีย์พบธนบัตรของกลางทั้งหมดซุกซ่อนอยู่
สอบสวนนายสุกันทาให้การว่า ตนทำงานให้กับบริษัทแห่งหนึ่งที่รับแลกเปลี่ยนเงิน ในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ในฝั่ง สปป.ลาว ทุกวันจะมีการเงินโอนเข้าสมุดบัญชีเงินฝากของตน แล้วตนจะมีหน้าที่ถอนเงินออกจากธนาคาร แล้วนำเงินบรรจุลงกล่องพัสดุไปรษณีย์ ส่งไปยังบริษัทฯ โดยทางบริษัทจะจ้างเรือจากประเทศลาวมารับกล่องเงินทุกวัน ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าเป็นเงินมาจากที่ใด โดยได้รับเงินเดือนจากบริษัทเดือนละ 30,000 บาท แต่ละเดือนจะมีการโอนเงินมาจำนวนหลายสิบครั้ง โดย 1 เดือนจะมียอดถอนเงินออกไปประมาณ 150 ล้านบาท จากนั้นได้ส่งตัวนายสุกันทาให้กับพนักงานสอบสวน สภ.เชียงแสน เพื่อให้ทางด่านศุลกากรเชียงแสนรับไปดำเนินคดีตามกฎหมายศุลกากรต่อไป
ส่วน นายสมจิตร เจ้าของเรือ เจ้าหน้าที่ได้สอบสวนแล้ว และได้ให้การเป็นประโยชน์กับรูปคดี ทางเจ้าหน้าที่จึงได้กันนายสมจิตรไว้เป็นพยาน ทั้งนี้ การส่งหรือนำเงินตราออกนอกประเทศ โดยนิติบุคคลรับอนุญาต และประเทศที่มีพรมแดนติดต่อกับประเทศไทย ในจำนวนไม่เกิน 2 ล้านบาทเท่านั้น