เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลักฐานเอกสารเงินที่ถูกถอนออกจากบัญชีไป จากกลุ่มผู้เสียหายกว่า 19 คน ถูกกลุ่มมิจฉาชีพหลอกให้กรอกข้อมูลธุรกรรม และถูกแฮ็กเงินไปจากบัญชี รวมเป็นกว่า 1.9 ล้านบาท และมีการแจ้งความตำรวจไว้ทั้งหมดแล้ว
โดยหนึ่งในตัวแทนผู้เสียหาย คือ นายธนวัฒน์ แสงเพ็ชร ชายวัย 23 ปี เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า ตนโทรไปหาคอลเซ็นเตอร์ของธนาคารไทยพาณิชย์ ในวันอาทิตย์ที่ 6 ธันวาคม เวลา 16.26 น. เพื่อเปลี่ยนข้อมูลบัตรเครดิตเท่านั้น แต่ในเวลา 17.04 น. มีข้อความส่งจากชื่อ อินโฟ “Info” เข้ามาในโทรศัพท์เพื่อให้กดอัปเกรด โปรดอัปเกรดทันที จึงกดเข้าไปตามลิงก์ที่แนบมา คือ sc-bkk.com เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นการให้กรอกข้อมูลยืนยันเพื่อเปลี่ยนที่อยู่ ถัดมาไม่ถึง 10 นาที ก็มีข้อความเข้ามาจากคอลเซ็นเตอร์ทางการขอธนาคาร ให้กรอกรหัส OTP ทั้งยังมีข้อความยืนยันการเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่ได้คุยกับคอลเซ็นเตอร์ข้างต้นจึงไม่ได้สงสัย แต่พอวันต่อมาในเวลา 12.35 น. เงินกลับถูกถอนออกไปกว่า 20,000 บาท เมื่อรู้ตัวก็ได้โทรไปหาธนาคาร แต่ก็ได้รับคำตอบเพียงให้ไปแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ไปแจ้งความที่ สน.เพชรเกษม
หนึ่งในข้อสังเกตของผู้เสียหายหลายคนที่ตรงกัน คือ ทำไมหลายคนมีข้อความเข้ามาหลังจากการทำธุรกรรมการเงินจากธนาคารก่อน แล้วในเวลาใกล้เคียงกันก็มีข้อความจากมิจฉาชีพเหล่านี้เข้ามาทันที ข้อมูลบัญชี หลุดจากธนาคารหรือไม่ SMS ข้อความ หรือลิงค์ ของมิจฉาชีพ ที่ส่งมาให้กรอกข้อมูลจะมาหลังทำธุรกรรมจากธนาคาร และเงินจะถูกถอนผ่านตู้ ATM หรือ แอปพลิเคชัน
ทั้งนี้ไม่เพียงธนวัฒน์ ยังมีผู้เสียหายวัย 21 ปี ถูกแฮกถอนเงินจากระบบในรูปแบบใกล้เคียงกัน สูญเงิน 120,000 บาทที่ตนเก็บไว้เป็นค่าเทอมทางกลุ่มผู้เสียหายได้รวมตัวรวบรวมหลักฐานกันเอง พบว่า เงินถูกโอนไปยังบัญชีชื่อ “หานี่ฝ๊ะ” ชาวจังหวัดสงขลา และบัญชีชื่อ “จักรพงษ์” ชาวจังหวัดเพชรบุรี แต่เมื่อได้พูดคุยก็พบว่า นางสาวหานี่ฝ๊ะ และนายจักรพงษ์ เป็นผู้เสียหายเช่นเดียวกัน โดยมีเงินโอนเข้ามาหลายสิบครั้ง เพื่ออำพรางเส้นทางการเงิน และทันใดก็ถูกโอนต่อออกไปจนหมดบัญชี กลุ่มผู้เสียหายจึงอยากให้ธนาคารออกมาดูแลลูกค้าบ้าง เพราะไม่เคยได้รับการตอบรับ หรือการช่วยเหลือใดๆ เลย รวมถึงขอให้เจ้าหน้าที่รับทำเป็นคดีพิเศษ
ขณะที่ ธนาคาร ได้ออกมาแจ้งเตือนว่า อย่าหลงเชื่อหรือให้ข้อมูลส่วนตัวใด ๆ เช่น เลขบัตรเครดิต, รหัส ATM หรือ รหัส PIN password ในการทำธุรกรรม เนื่องจากธนาคารไม่มีนโยบายส่ง SMS เพื่อให้ลูกค้ากรอกข้อมูลส่วนตัวแต่อย่างใด
โดยวิธีการสังเกตเบื้องต้นว่าอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ ดังนี้ ข้อความที่ส่งมามักไม่ระบุชื่อผู้รับว่าส่งถึงใคร จะใช้คำกลางๆ เช่น เรียนคุณลูกค้าที่เคารพ เรียนลูกค้าบัตรเครดิต ข้อความที่ส่งมาเป็นภาษาอังกฤษทั้งหมด ซึ่งหากเป็นบริษัทของไทย แต่ทำไมถึงติดต่อกับลูกค้าคนไทยเป็นภาษาอังกฤษ ใช้ข้อความภาษาแปลก ๆ ต้องให้ส่งอีเมลยืนยันตัวตน อ้างว่าติดต่อทางโทรศัพท์ไม่ได้ เนื้อหาข้อความที่ส่งมาจะเป็นข้อความดึงดูด เช่น ได้รับรางวัล ,จะไม่สามารถใช้งานระบบได้ ,ถูกฟ้องร้องโดนคดีความ