เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาพจากกล้องวงจรปิด เป็นหลักฐานมัดตัวผู้ก่อเหตุตามหมายจับของศาลจังหวัดสมุทรปราการ ในข้อหา วางเพลิงเผาทรัพย์ และ ทำให้เสียทรัพย์ เหตุเกิดเมื่อกลางดึกคืนวันที่ 7 ม.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 03.00 น. ที่บริเวณบ้านพักเลขที่ 28 หมู่ 9 ซอยเพชรหึงษ์24 ต.บางยอ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ โดยมีรถยนต์เสียหาย 4 คัน และรถจักรยานยนต์อีก 1 คัน เจ้าหน้าที่ได้สืบสวน จนกระทั่งทราบว่าผู้ก่อเหตุคือหญิงอายุ 51 ปี พักอาศัยอยู่ในย่าน ต.บางหัวเสือ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ จึงนำกำลังเข้าจับกุมในบ้านพักที่ อ. พระประแดง
นายชาตรี โสปาโก อายุ 50 ปี เจ้าของรถที่ถูกเผา เปิดเผยว่า ดีใจที่ตำรวจสามารถจับตัวคนร้ายได้ แม้บ้านของผู้ก่อเหตุกับบ้านตนเองอยู่ใกล้กัน แต่ยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ไม่ให้อภัยแน่นอน เนื่องจากวันเกิดเหตุนั้นหากตนเองและครอบครัวดับไฟไว้ไม่ทัน ทั้งทรัพย์สิน หรือแม้กระทั่งชีวิตก็อาจจะต้องเสียไป
โดยจากการสืบค้นประวัติพบว่า หญิงคนดังกล่าวได้ก่อคดีในหลายพื้นที่โดยมีพฤติกรรมตระเวนซื้อสินค้าตามร้านสะดวกซื้อ โดยจ่ายค่าสินค้าเป็นธนบัตร 1,000 บาท เมื่อได้เงินทอนมาจะหาจังหวะที่พนักงานเผลอ เอาธนบัตรใบ 500 เหน็บไปที่รักแร้ และทำทีโวยวายกับพนักงานว่าทอนเงินไม่ครบ จนพนักงานเก็บเงินหลายแห่งตกเป็นเหยื่อโดยทอนเงินให้ใหม่ ซึ่งหญิงรายนี้ก่อเหตุมาตั้งแต่เดือน ม.ค. 2563 จนได้รับฉายาว่า "ป้ารักแร้เหนียว"
ทั้งนี้จากการสอบสวนหญิงคนดังกล่าว ยอมรับสารภาพว่า เป็นคนก่อเหตุเผารถญาติทั้งหมดจริง สาเหตุมาจากความไม่พอใจ แต่ไม่ยอมบอกว่า ไม่พอใจเรื่องอะไร จากนั้นตำรวจจึงนำภาพจากกล้องวงจรปิดตามร้านต่างๆ ที่เจ้าตัวไปก่อเหตุซ่อนเงินทอนเอาไว้ จนเป็นข่าวโด่งดัง มาให้เจ้าตัวดู ปรากฏว่าหญิงคนดังกล่าวยอมรับว่าเป็นตัวเองจริง แต่ปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเหตุโกงเงินทอน
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาวางเพลิงเผาทรัพย์ และทำให้เสียทรัพย์ ส่วนคดีอื่น ๆ จะส่งตัวให้แต่ละพื้นที่ซึ่งเป็นเจ้าของคดีมารับตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป