กลุ่มหนุน "ประสิทธิ์ เจียวก๊ก" เชื่อมั่นไม่ฉ้อโกง

โดย PPTV Online

เผยแพร่

นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ถูกคุมตัวไปฝากขังยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ทันทีเมื่อวานนี้ภายหลังศาลอาญา ยกคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว แต่ก็ยังมีความเคลื่อนไหวต่อเนื่องโดยกลุ่มผู้เสียหายที่ระบุว่าถูกหลอกให้ลงทุนจากธุรกิจเครือข่ายประสิทธิ์ ยังคงเดินหน้าร้องเรียนให้เอาผิดถึงที่สุด

ขณะเดียวกันกลุ่มสนับสนุนนายประสิทธิ์ วันนี้ก็ออกมารวมตัวเคลื่อนไหวเช่นกันเพื่อขอความเป็นธรรม  พร้อมระบุว่าเราเชื่อมั่น เราศรัทธา เราจึงร่วมลงทุน

กลุ่มผู้ลงทุนบริษัททัวร์ และ สื่อออนไลน์ของ นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก รวมตัวนับสิบคน พร้อมแสดงเอกสารบันทึกข้อตกลงชดใช้ และรายชื่อผู้ลงทุน 1,072 คน ที่ยังสนับสนุน นายประสิทธิ์ และไม่ประสงค์ดำเนินคดี  พร้อมชูป้ายเขียนข้อความว่า เราเชื่อมั่น เราศรัทธา เราจึงร่วมลงทุน

โดยน.ส.ฉัตรฉกฎ ดวงจิตพุทธคุณ อายุ 52 ปี หนึ่งในสมาชิกดังกล่าว ระบุว่า ตนลงทุนไปนานกว่า 4 ปี และ ได้รับการปันผลตอบแทนมาตลอด หากแต่ยอมรับว่าช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ธุรกิจลงทุนของนายประสิทธิ์ ได้รับผลกระทบจาก โควิด-19 ประกอบกับก่อนหน้านี้มีการพยายามปล่อยข่าวว่าธุรกิจดังกล่าวมีปัญหาต่างๆ จึงอาจเป็นเหตุให้ผู้ลงทุนบางส่วนเกิดความกังวล กระทั่งเมื่อรับข้อมูลด้านเดียวจึงนำไปสู่การแจ้งความดำเนินคดี ทั้งที่ความเป็นจริงก่อนหน้านี่ นายประสิทธิ์ ได้แจ้งให้ผู้ลงทุนทุกคนทราบและมีการทำหนังสือข้อตกลงชดใช้ ส่วนตัวนั่นมั่นใจว่านายประสิทธิ์ ไม่ได้ฉ้อโกง และ ผู้ออกมาดำเนินคดีเป็นเพียงสมาชิกไม่กี่คนเพียงเท่านั้น

ด้านสมาชิกอีกราย บอกว่ามั่นใจตัวนายประสิทธิ์ จะพิสูจน์ความจริง และ ชดใช้เงินให้แก่กลุ่มผู้ลงทุน เพราะที่ผ่านมา ลงทุนไปกว่า 3 ล้านบาท เริ่มจากเงินเพียงไม่มาก จนได้ปันผลหลายแสนบาท ย้ำอีกครั้งว่า กลุ่มผู้เสียหายที่แจ้งความนั่นมิใช่ผู้ลงทุนทั้งหมด และสมาชิกที่มาวันนี้ไม่มีใครจ้างมา แต่มาเพราะศรัทธาในตัวนายประสิทธิ์

ฝั่งกลุ่มผู้เสียหายกว่า 50 คน วันนี้เดินทางมาพร้อมกับทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม ยื่นหนังสือถึง พล.ต.ท.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อขอให้ติดตามเร่งรัดคดีและออกคำสั่งไปยังกองบังคับการปราบปราม ให้ยึดอายัดทรัพย์ผู้เกี่ยวข้องในขบวนการนายประสิทธิ์ เจียวก๊ก  ที่มีมูลค่าความเสียหายจากธุรกิจกว่า 200ล้านบาท

ทนายรณณรงค์ ระบุว่า จุดประสงค์เดินทางมาวันนี้เพื่อติดตามทวงถาม และทวงเงินคืนให้กับกลุ่มผู้เสียหาย โดยขอให้กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางออกคำสั่งถึงกองปราบปรามให้ติดตามเส้นทางการเงินที่อาจจะถูกโยกย้ายในไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ ขอให้มีการรวบรวมทรัพย์สินมาที่ส่วนกลางทั้งหมดเพื่ออาญัติและแจกจ่ายคืนให้กับผู้เสียหาย

ส่วนตัวเชื่อว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดแชร์ลูกโซ่  พร้อมฝากถึงผู้เสียหายจากคดีดังกล่าวขอให้ออกมาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อทวงทรัพย์สินคืน

แม่ทัพภาค 2 สั่งพักราชการ “พันโทหญิง” ร่วมแก๊งต้มตุ๋น

ทนายรณรงค์ ระบุอีกว่าจากพฤติการณ์การประกอบธุรกิจโดยเฉพาะธุรกิจท่องเที่ยว ในปีที่ผ่านมา 2563 เชื่อว่าไม่มีธุรกิจใดสามารถดำเนินธุรกิจได้และได้ผลกำไร จึงไม่มีการนำเงินมาปันผลให้กับผู้มาลงทุนอย่างแน่นอน และยังเชื่อว่าคดีนี้อาจจะมีการเกี่ยวข้องกับในหลายส่วนทั้งกองปราบปราม กองบังคับการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ และรวมไปถึง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

“การบินไทย” เฮ เจ้าหนี้ 91% ยอมรับแผนฟื้นฟูกิจการ เปิดชื่อ 5 ผู้บริหารแผน

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

เปิดโต๊ะข่าว

เปิดโต๊ะข่าว

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ