กราฟฟิกนี้ ทำขึ้นตามข้อมูลของโรงงานที่ส่วนให้ทีมกู้ภัย เพื่อให้รู้ว่าในพื้นที่โรงงานมีสารเคมีอะไรอยู่บ้าน ตามเอกสารระบุว่าในโรงงานมีสารเคมี 13 ชนิด มากที่สุด คือ สารสไตรีนโมโนเมอร์ สามารถกักเก็บได้สูงสุด 300,000 กิโลกรัม เพนเทน สามารถกักเก็บได้สูงสุด 40,000 กิโลกรัม หรือ เบนโซอิลเพอร์ออกไซด์สามารถกักเก็บได้สูงสุด 8,000 กิโลกรัม รวมถึงสารอื่นๆ อีก
รวมภาพโรงงานกิ่งแก้ว คลิก https://pptv36.news/MMS
นายประกอบ วิวิธจินดา อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม อธิบายว่า สารเคมีหลัก คือ สารสไตรีนโมโนเมอร์ เป็นสารตั้งต้นผลิตโฟมก็มีคุณสมบัติติดไฟได้ง่าย
ส่วนอีก 1 ชนิด คือ สารพอลิสไตรีนเมื่อถูกความร้อนสูง จะทำให้เกิดสาร 2 ชนิดคือ สไตรีน (Styrene) และเบนซีน (Benzene) โดยเบนซีนเป็นสารพิษอันตราย มีความเป็นพิษสูงและเป็นสารก่อมะเร็ง โดยอาการของผู้ที่ได้รับเบนซีนเมื่อหายใจเข้าไปในระดับสูงและเป็นเวลานาน คือในระยะแรก ๆ จะเกิดอาการซึม วิงเวียน คลื่นไส้ หมดสติ ใจสั่น เมื่อสูดดมเป็นเวลานานจะทำให้เป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือด (Leukemia) ได้
994 หมู่บ้าน 1,120 โรงงานกระทบ ไฟไหม้โรงงานกิ่งแก้ว กรมควบคุมมลพิษ เปิดสาเหตุระเบิด กระจายไกล
บทเรียนไฟไหม้โรงงานกิ่งแก้ว ความเหมือนที่แตกต่างกับไฟไหม้บ่อขยะแพรษา
ขณะที่ นายธีรยุทธ ภูมิศักดิ์ รอง ผอ.สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรุงเทพมหานคร ที่ให้ข้อมูลทางโทรศัพท์ ในพื้นที่ยังมี สารทําละลายอีก 1 ชนิด คือ “โซลเวน” ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวทำละลายสารเคมีตัวอื่น โดย โซลเวน มีสถานะเป็น ของเหลว และเป็นวัตถุไวไฟ หากจะดับไฟในพื้นที่ นายธีรยุทธ บอกว่า ต้องใช้ โฟมเท่านั้น เพราะ น้ำไม่สามารถดับสารเคมีเหล่านี้ได้ น้ำทำได้แค่ หล่อเย็น ถังสารเคมีอื่นไม่ให้ระเบิดเพิ่ม
ผู้อพยพแน่น อบต.บางพลีใหญ่ เผย นาทีเฉียดตาย
ส่วนนางดาวัลย์ จันทรหัสดี ที่ปรึกษามูลนิธิบูรณะนิเวศ ให้สัมภาษณ์ทีมข่าวทางวิดีโอคอล ว่า ประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับโรงงานแห่งนี้ คือ เมื่อดูพื้นที่โรงงาน พบว่า มีขนาด 2,068 ตร.ม. หรือประมาณ 1 ไร่เศษ ส่วนกำลังการผลิตของโรงงานสูงถึง 36,000 ตันต่อปี หมายความว่า 1 วัน มีกำลังการผลิต เกือบ 100 ตัน เป็นไปได้สูงที่พื้นที่กักเก็บสารเคมีจะแออัด และเมื่อเกิดการระเบิด ก็มีโอกาสที่สารเคมีต่างๆจะไปทำปฎิกิริยาร่วมกัน เกิดเป็นสารพิษในอากาศ
นางดาวัลย์ ยังบอกอีกว่า สัดส่วนโรงงานกับกำลังการผลิตไม่สัมผัสกัน พื้นที่โรงงานแคบ ขณะที่สารเคมีที่ใช้ในการผลิตมีมาก นอกจากนี้ยังพบว่า พื้นที่โรงงานอยู่ติดกับชุมชนเลย จากภาพที่ปรากฎพบว่า รั้วโรงงานกับบ้านคนอยู่เกือบติดกัน
ด้าน นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ระบุสาเหตุที่ในพื้นที่ชุมชนมีโรงงานนี้อยู่ เป็นเพราะ โรงงานที่เกิดเหตุ เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2532 เป็นการตั้งก่อนที่จะมีชุมชนเข้าไปตั้งในบริเวณใกล้เคียง ซึ่งการจะตั้งโรงงานประเภทนี้จะมีการทำการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA และ รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ EHIA เรียบร้อยแล้ว นายสุริยะ ยังบอกอีกว่าที่ผ่านมา กรมควบคุมมลพิษ ลงพื้นที่วัดคุณภาพอากาศและสารเคมีที่ก่อให้เกิดอันตราย
สำหรับโรงงานผลิตเม็ดพลาสติดนี้ ชื่อโรงงานว่า บริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ต่อตั้งตั้งแต่ปี 2532 มีทุนจดทะเบียน 70 ล้านบาท
ผู้ถือหุ้นของบริษัท มี 4 คน นายหมิง อี้ หง ถือหุ้น 570 หุ้น นายเจิ้นเหวย หง และนายฉงห่าว หง ถือหุ้นเท่ากันที่ 1,530 หุ้น ทั้ง 3 คน เป็นคนจีนสัญชาติไทย ส่วนอีก 1 ส่วน รวม 3,370 หุ้น ในนาม บริษัท เอเวอร์ แกรนด์ ที่ตั้งอยู่ที่หมู่เกาะเวอร์จิน ประเทศบริติช เวอร์จิน ไอแลนด์ พื้นที่ที่มีสิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่นักลงทุนต่างชาติ
ส่วนกรณีที่ก่อนหน้านี้มีข่าวว่า ในโรงงานมีสารเคมีอยู่อีก 5 แสนลิตร อยู่ใต้ดิน นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ออกมายืนยันว่าไม่เป็นความจริง สอดคล้องกับ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ที่ย้ำว่า ในโรงงานตอนนี้ มีสารเคมี อยู่ 20,000 ลิตร ไม่ใช่ 5 แสนลิตร ตามที่มีการส่งต่อข้อมูลในโลกออนไลน์