ตำรวจคุมตัว นายสมพิศ มากแตง อายุ 31 ปี และนายจำเริญ มากแตง อายุ 72 ปี สองพ่อลูก ที่ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 ในข้อหาร่วมกันทำธุรกรรมกู้เงินจากกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร โดยไม่ได้มีสวนยางและสวนยางไม่เข้าหลักเกณฑ์ที่จะได้รับการสงเคราะห์ การทำสวนยาง ทำให้กองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง อำเภอท่าแซะ ได้รับความเสียหายเป็นเงินกว่า 20 ล้านบาท
ขณะถูกควบคุมตัวทั้งสองคนก็รู้สึกตกใจมาก เพราะเป็นเพียงชาวบ้านที่รับจ้างตัดปาล์มน้ำมัน หาเช้ากินค่ำเท่านั้น
“นายสมพิศ” บอกว่าครอบครัวมีฐานะยากจน แถมพ่อก็แก่มากจะเอาปัญญาที่ไหนไปกู้ยืมหรือทำธุรกรรมทางการเงินกับใครได้ และยืนยันว่าไม่เคยไปกู้เงินจากหน่วยงานใดทั้งสิ้น แต่เมื่อประมาณ 2 เดือนที่ผ่านมา มีหมายเรียกมาส่งที่บ้าน ซึ่งทางภรรยาได้เซ็นรับไว้ แต่ก็ไม่ได้ไปพบเจ้าหน้าที่ตามหมายเรียก เพราะไม่เข้าใจและไม่เคยไปทำธุรกรรมทางการเงินกับใครที่ไหน จึงไม่ได้สนใจ จนวันนี้ตำรวจนำหมายจับมาจับ
ส่วนสาเหตุที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ นายสมพิศ เชื่อว่าอาจจะมาจากเมื่อ 6-7 ปีที่แล้ว เขาเคยอยู่กินกับภรรยาคนแรก ซึ่งเป็นลูกเลี้ยงของเจ้าหน้าที่คนหนึ่งในสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง อำเภอท่าแซะ ได้ขอเอกสารสำเนาบัตรประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านของ นายสมพิศ และพ่อไป บอกว่าจะเอาไปซื้อปืนสวัสดิการให้ 1 กระบอก ซึ่งก็อยากมีปืนอยู่แล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ปืนจากนั้นไม่นานก็เลิกกับภรรยาคนแรกไป และมารู้ทีหลังว่าพ่อของภรรยาถูกให้ออกจากงานและถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับโกงเงินในสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง
แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมเขากับพ่อถึงไปเป็นหนี้สินร่วมกับคนอื่นในสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางด้วย จึงอยากขอความเป็นธรรมจากผู้เกี่ยวข้องด้วย เพราะทุกวันนี้มีเงินเก็บในธนาคารแค่พันกว่าบาทเท่านั้น จะเอาเงินที่ไหนมาใช้หนี้
ยังขาดเงินจ่ายชาวนาอีก 76,000 ล้านบาท ด้าน ธกส.โอนงวดแรกถึงมือชาวนาแล้ว 5 แสนครัวเรือน
สปสช.เร่งช่วยเหลือเบื้องต้นฯ ผู้เสียชีวิต 2 ราย หลังฉีดวัคซีนโควิด-19
ด้านตำรวจบอกว่า การจับกุมตัวครั้งนี้เป็นไปตามหน้าที่ ตามหมายจับ แต่เมื่อดูจากสภาพของสองพ่อลูกแล้ว ก็รู้สึกสงสารเพราะมีฐานะยากจนจริงๆ ซึ่งคงต้องตรวจสอบและพิสูจน์ของทางศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 ต่อไป