เจ้าหน้าที่นำถังน้ำมันขนาด 200 ลิตรจำนวน 5 ถังทำเป็นทุ่นช่วยพยุงให้รถเบาตัวและลอยขึ้นออกมาจากกอไม้จากนั้นใช้เรือค่อยๆลากให้เข้ามาใกล้ฝั่งมากที่สุดและใช้รถแบ็กโฮ 2 คันช่วยลากขึ้นมาบนฝั่งอีกทอดหนึ่งจนสำเร็จเวลา 07.00 น.
หัวหน้าทีมนักประดาน้ำ เผยว่าปฏิบัติการกู้รถเจ้าหน้าที่ใช้วิธีการค้นหาด้วยการนำเชือกยาวประมาณ 10 เมตรตรึงไว้กับเรือ 2 ฝั่งแล้วหย่อนเชือกให้เกือบถึงพื้นแม่น้ำแล้วไหลไปตามทางน้ำในรัศมีที่คาดว่ารถน่าจะจมอยู่เวลา 21.00 น.เชือกเข้าไปขัดกับวัตถุบางอย่างจึงดำน้ำลงไปดูพบว่าเป็นรถคันเกิดเหตุ
ซึ่งจุดที่รถจมอยู่ใต้น้ำมีลักษณะเป็นแอ่งกะทะ และมีกิ่งไม้จำนวนมาก จึงต้องใช้ความระมัดระวังในการกู้ขึ้นมา
สำหรับจุดที่พบรถยนต์คันเกิดเหตุ อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 300 เมตร ห่างจากตลิ่งประมาณ 150 เมตร จมอยู่ในความลึกที่ประมาณ 6-7 เมตร ขณะที่จุดพบศพของนายธนภัทร์ ลอยออกไปไกล ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 15 กิโลเมตร
หลังกู้รถสำเร็จ เจ้าหน้าที่นำรถไปตรวจสอบที่ สภ.เมืองนครสวรรค์ เบื้องต้นพบว่ากุญแจรถยังเสียงคาเบ้าอยู่ในโหมดเปิดติดเครื่องยนต์ กระจกรถทั้ง 2 ด้านถูกเปิด ประเด็นนี้นายปิยะลักษณ์ ถิ่นแก้ว หัวหน้ากู้ชีพมูลนิธิร่วมกตัญญู มองว่า นอกจากรถตกไปในน้ำในขณะยังติดเครื่องอยู่ นายธีรภัทร์ได้เปิดกระจกรถเพื่อหนีออกมาก่อนที่รถจะจม แต่ด้วยกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวบวกกับทัศนวิสัยที่ค่อนข้างมืด ทำให้หลงทิศทางน้ำและว่ายขึ้นฝั่งไม่ทันจึงเสียชีวิต
ขณะที่แม่ผู้เสียชีวิต ยังติดใจเรื่องถนน มองว่าหากกั้นช่องแบริเออร์ จุดกลับรถ ลูกชายคงไม่ตกน้ำแบบนี้ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปิดช่องว่าง เพื่อไม่ให้คคนอื่นต้องมาเจอเหตุการณ์เหมือนลูกชาย
หาหนุ่มวัย 27 จีพีเอสพาลงแม่น้ำเจ้าพระยา
ล่าสุดเจ้าหน้าที่กรมทางหลวงและแขวงการทาง จ.นครสวรรค์ นำแบริเออร์พลาสติก และป้าย ไปตั้งไว้ เพื่อให้เป็นจุดสังเกตสำหรับผู้ขับขี่ผ่านเส้นทางนี้ ไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ แต่ยืนยันว่า จะให้ปิดถาวรไม่ได้ เพราะชาวบ้านใช้ประโยชน์ เป็นจุดขึ้น-ลงเรือ หาปลา นอกจากนี้รถดับเพลิงของท้องถิ่นจะใช้จุดนี้มาสูบน้ำกรณีเกิดเหตุไฟไหม้ และเป็นจุดซ่อมแซมบำรุงรักษาไฟฟ้าของการไฟฟ้าด้วย ยืนยันว่าตลอดเส้นทาง มีป้ายเตือนให้ระมัดระวังอย่างชัดเจน ถนนมีแสงสว่างเพียงพอทุกจุด หากขับรถมาด้วยความระวัง ตามเส้นโค้งช่องจราจร ไม่มีทางที่จะตกน้ำได้ และที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีใครเกิดอุบัติเหตุแบบนี้
ทีมข่าวสัมภาษณ์ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย เห็นต่างจากคำชี้แจงของแขวงการทางนครสวรรค์ เพราะมองว่าจุดกลับรถไม่เหมาะที่จะใช้ประโยชน์อย่างอื่นร่วม เพราะโดยปกติทางโค้งแบบจุดกลับรถ มีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุอยู่แล้ว แต่หากจะมาใช้เพื่อประโยชน์อื่นร่วมด้วย ก็ควรมีป้ายเตือนว่าไม่ใช่เส้นทางสัญจร และควรมีแบริเออร์กั้นทุกครั้งเมื่อใช้งานตรงจุดดังกล่าวเสร็จ
ทีมข่าวสำรวจเส้นทางก่อนถึงจุดเกิดเหตุ เพื่อดูว่าก่อนถึงทางกลับรถ มีป้ายเตือนอะไรบ้าง ที่แตกต่างจากป้ายจราจรทั่วไป และมีจุดสังเกตอะไรบ้าง ซึ่งก็พบว่า ในระยะทาง 500 เมตร ก่อนถึงจุดเกิดเหตุ มีป้ายเตือน 3 จุด แต่ไม่มีอะไรที่บ่งบอกว่าข้างมีจุดเสี่ยงอันตราย
จากจุดแรกที่ผู้สื่อข่าวรายงานไป คือระยะ 500 เมตร ก่อนถึงจุดเกิดเหตุ จะเห็นว่า ป้ายที่ติดตั้ง เป็นเพียงป้ายจราจร แจ้งเตือนเมื่อมาถึงเส้นทางโค้งหรือเส้นทางกลับรถตามปกติ ซึ่งมีให้เห็นอยู่ทั่วไปตามท้องถนน แต่ในจุดเกิดเหตุหรือก่อนถึงจุดเกิดเหตุ ซึ่งไม่ใช่เส้นทางปกติ ไม่ใช่ทางสาธารณะ ไม่ได้ให้คนทั่วไปสามารถขับรถไปได้ กลับไม่มีจุดสังเกต หรือ ป้ายเตือนห้ามผ่าน ป้ายเตือนว่าเป็นแม่น้ำ หรือเจาะจงว่าเป็นจุดเสี่ยงอันตราย และทำไมถึงไม่ทำที่กั้นชั่วคราว ทั้งที่มีความเสี่ยงจะเกิดอุบัติเหตุ
กู้รถหนุ่มรถตาม GPS จมแม่น้ำเจ้าพระยาดับ
ทีมข่าวสอบถามผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ยืนยันว่าการออกแบบถนน เป็นไปตามมาตรฐาน เชื่อว่าสาเหตุที่ผู้เสียชีวิตขับรถตกน้ำ เพราะการทำงานของจีพีเอสผิดพลาด
ทีมข่าวจำลองเหตุการณ์ขับรถไปตามเส้นทางที่มุ่งหน้าไปที่จุดเกิดเหตุ โดยเปิดจีพีเอสนำทาง พบว่า เส้นทางที่ไปจุดเกิดเหตุ มีเส้นนำสีฟ้า 2 เส้น ที่ทับซ้อนกันอยู่ คือเส้นไปจุดกลับรถ และเส้นข้ามสะพาน แม้จะขับไปถึงจุดกลับรถแล้ว ก็ยังมีเส้นนำสีฟ้าอีกเส้นให้ขับตรงไปได้ ทั้งที่ข้างหน้าคือแม่น้ำเจ้าพระยา และจริงๆแล้วเส้นสีฟ้าที่ซ้อนอยู่ด้านบน คือสะพานข้ามแม่น้ำ เป็นไปได้ว่าหากผู้เสียชีวิตดูจากจีพีเอส จะเข้าใจว่าให้ขับตรง
แต่ที่น่าสนใจคือ ในความจริง หากจีพีเอสให้ขับตรงไป แต่หากมีที่กั้น มีแบริเออร์ ก็ยากที่รถจะตกไปในน้ำได้ นั่นหมายความว่า ทั้งจีพีเอส และ สภาพถนน ก็เป็นปัจจัย ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ