ทีมข่าวเฝ้าติดตามปฏิบัติการกู้รถฟอร์ด Everest คันเกิดเหตุตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา หลังได้รับแจ้งจากทีมกู้ภัยว่าพบรถคันดังกล่าวจมอยู่ใต้น้ำ ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 300 เมตร โดยได้ผูกทุ่นและติดไฟส่องสว่างไว้เป็นสัญลักษณ์ ก่อนที่จะทำการวางแผนกู้ขึ้นมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำงานกันตลอดทั้งคืนจนสามารถกู้รถขึ้นมาได้เมื่อเช้ามืดที่ผ่านมา
เจ้าหน้าที่ใช้รถแบ็คโฮลากรถฟอร์ด Everest สีแดง คันเกิดเหตุ ขึ้นมาจากแม่น้ำเจ้าพระยาได้สำเร็จ เมื่อช่วงเช้าเวลา 07.00 น.วันนี้ หลังจากที่เมื่อคืนนี้ เวลาประมาณ 22.00 น.
ทีมนักปะดาน้ำได้แจ้งว่าพบรถคันเกิดเหตุจมอยู่ใต้น้ำห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 300 เมตร ห่างจากตลิ่งประมาณ 150 เมตร ซึ่งจมอยู่ในความลึกที่ประมาณ 6-7 เมตร เจ้าหน้าที่จึงได้ผูกเชือกกับทุ่นลอยไว้และติดไฟส่องสว่างเป็นสัญลักษณ์ ก่อนที่จะขึ้นมาวางแผนเพื่อกู้รถขึ้นมาให้ได้โดยเร็วที่สุด
นายปิยะลักษณ์ ถิ่นแก้ว หัวหน้ากู้ชีพมูลนิธิร่วมกตัญญู เปิดเผยหลังพบรถคันเกิดเหตุว่า จากการตรวจสอบพบว่าประตูกระจกรถฝั่งด้านคนขับถูกเปิดออกก่อนที่รถจะจมลงในน้ำคาดว่าคนขับได้พยายามหนีจากตัวรถออกมาแต่ด้วยกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวบวกกับทัศนวิสัยที่ค่อนข้างมืดจึงทำให้หลงทิศทางน้ำและว่ายไม่ทันจึงเสียชีวิต ส่วนอุปสรรคให้การกู้รถคือจุดที่รถจมอยู่เป็นช่วงแอ่งกะทะ มีต้นไม้และวัชพืชจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือขอใช้เครื่องมือหนักในการยกรถขึ้น
ถ้าโควิด-19 ไม่ระบาดซ้ำ ปี 65 การท่องเที่ยวไทยจะกลับมาฟื้นตัว
ปฏิบัติการกู้รถได้เริ่มต้นขึ้นทันทีช่วงเวลา 23.00 น. หลังวางแผนเสร็จสิ้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำถังน้ำมันขนาด 200 ลิตร จำนวน 5 ถัง มาทำเป็นทุ่นติดช่วยพยุงให้รถเบาตัว และลอยขึ้นออกมาจากกอไม้ก่อน จากนั้นจึงใช้เรือค่อยๆ ลากให้เข้ามาใกล้ฝั่งมากที่สุด และใช้รถแบ็กโฮ 2 คัน ช่วยลากขึ้นมาบนฝั่งอีกทอดหนึ่ง
ซึ่งการกู้รถครั้งนี้ต้องใช้เวลาอยู่นานกว่า 4 ชั่วโมง เพราะนอกจากจะมีอุปสรรคในเรื่องรถติดกับกอไม้ใต้น้ำแล้ว ยังมีปัญหาเรื่องกระแสน้ำที่ยังคงไหลเชี่ยวด้วย รวมทั้งดินริมตลิ่งมีความชุ่มน้ำและอ่อนตัวมาก ทำให้ช่วงที่พยายามดึงรถเข้ามาใกล้ฝั่ง ฐานล้อของรถแบ็กโฮจมดินไปเรื่อยๆ จนมิดฐานล้อตีนตะขาบ และไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ จึงต้องยกเลิกภารกิจชั่วคราวเมื่อเวลา 03.30 น ก่อนที่ในช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาจะเริ่มกู้ใหม่จนนำรถขึ้นมาได้สำเร็จ