เมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นางวงเดือน ปิตังนาโพธิ์ อายุ 58 ปี แม่ของผู้ตาย ร่ำไห้ออกมาด้วยความเสียใจหลังกลับมาจากรับจ้างทำนาแล้ว ต้องมาพบกับภาพลูกชายผูกคอเสียชีวิตอยู่ภายในบ้าน หลังนำร่างลูกชายลงมาจากบันไดแล้ว จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คูเมือง จ.บุรีรัมย์ เข้าตรวจสอบ โดยขณะเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบแม่ของผู้ตายได้นั่งร้องไห้อยุ่ตลอดเวลา
โดย นางวงเดือน เล่าว่า ลูกชายมีโรคประจำตัวคือโรคลมชัก ในทุก 3 เดือนจะเกิดอาการชัก 1 ครั้ง ไปพบโรงพยาบาลประจำตามที่หมอนัด แต่ในช่วงหลัง ลูกชายมีอาการดีขึ้น คือในระยะ 4 เดือนจะชัก 1 ครั้ง ซึ่งหมอบอกให้พักผ่อนให้มาก ๆ ไม่ให้เครียด แต่ในช่วงนี้กำลังเร่งเก็บเกี่ยวข้าว ลูกชายบอกว่าจะออกไปช่วยแม่ ตนจึงบอกกับลูกไปว่า ไม่ต้องไป เพราะเกรงว่าอาการจะกำเริบอีก ลูกมีสีหน้าน้อยใจ บอกว่าถ้าลูกไม่ทำงานแล้วจะอยู่อย่างไร ตนจึงตอบไปว่าถ้าแม่กลับจากนาแล้วเห็นลูกอยู่บ้านแม่ก็ชื่นใจแล้ว ไม่ต้องทำงานก็ได้
เผือกร้อน ปล่อย "เสี่ยโจ้" ผบ.ตร.จี้สอบ รายงานภายใน 3 วัน "ผบช.ภ.9" รับ ค้นไม่เจอหมายจับ
โวยอีกอาหารผู้ป่วยสงสัยใช้งบเท่าไหร่
นางวงเดือน กล่าวต่อว่า หลังพูดจบลูกก็นิ่ง ไม่พูดอะไร ตนไม่คิดว่าหลังกลับจากไปทำนามา จะเห็นภาพลูกผูกคอกับราวบันได ตอนนั้นแทบช็อค ล้มลงทั้งยืน พยายามเข้าไปกอดลูกและปลดเชือกออก แต่ลูกได้แน่นิ่งไปแล้ว เหตุการณ์ครั้งนี้ยอมรับว่าเสียใจเพราะรักลูกคนนี้มาก เพราะสุขภาพลูกไม่ค่อยดี แต่ไม่คิดว่าลูกจะมาคิดสั้นขนาด