ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รถกระบะคันสีขาวเป็นรถของผู้ต้องสงสัย พยายามขับหลบหนีตำรวจ หลังแหกด่านพรมแดนที่อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา เพราะถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองฝั่งมาเลเซียผลักดันกลับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเช้าวันนี้เวลาประมาณ 10.45 น. ขณะที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 ร่วมกับสายตรวจบ้านด่านนอก ตำรวจตระเวนชายแดนที่ 437 ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสะเดา ขับรถไล่ล่ารถกระบะต้องสงสัย ที่ขับด้วยความเร็วมาจากทางฝั่งประเทศมาเลเซีย
และมาแหกด่านพรมแดนสะเดา และด่านฝ่ายความมั่นคงหน้าหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 เจ้าหน้าที่ไล่ล่าไกลกว่า 12 กิโลเมตร ก่อนไปจับกุมได้ที่ เทศบาลเมืองสะเดา อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งเป็นชายแดนไทย-มาเลเซีย
โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าคนขับรถคือนายสงกี โตะลู ชาว จ.ปัตตานี พร้อมลูกสาวอายุ 8 ขวบ นั่งมาด้วย นายสงกี ให้การว่า ขับรถมาจาก จ.ปัตตานี จะข้ามไปฝั่งประเทศมาเลเซีย เพื่อพาลูกสาวไปเที่ยว โดยอ้างว่าไม่ทราบว่าด่านพรมแดนทางบกของทั้ง 2 ประเทศ ยังไม่เปิด เมื่อขับรถมาถึงด่านพรมแดนสะเดาเห็นรถเทรลเลอร์วิ่งข้ามไปมา จึงคิดว่าสามารถผ่านด่านได้ นายสงกีจึงขับรถพุ่งตรงไปทางฝั่งประเทศมาเลเซียทันที โดยไม่ได้สอบถาม หรือลงมาติดต่อเจ้าหน้าที่
จากนั้นเมื่อขับไปถึงด่านพรมแดนของประเทศมาเลเซีย ถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ไล่ให้กลับมาฝั่งไทย เพราะยังไม่เปิดด่านพรมแดนให้นักท่องเที่ยวเข้ามา นายสงกีจึงขับกลับมา แหกด่านพรมแดนสะเดา และด่านความมั่นคงหน้าหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 ที่อยู่ถัดมาราว 1 กิโลเมตร
ทั้งนี้เบื้องต้นนายสงกี ถูกคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.สะเดา ดำเนินคดีใน 4 ข้อหา คือ ขับรถประมาทหวาดเสียว ทำให้ทรัพย์สินทางราชการเสียหายและหลบหนี, ขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยหรือความเดือดร้อนของผู้อื่น, ปลอมแปลงเอกสารทะเบียนรถ และเดินทางเข้าออกในราชอาณาจักรโดยไม่ผ่านการตรวจคัดกรองโควิด ส่วนลูกสาววัย 8 ขวบ ได้ประสานญาติให้มารับตัวกลับไป