เหตุการณ์ขณะที่อาสาสมัครกู้ภัยพยายามขับรถติดตาม รถยนต์ อีซูซุมิวเซเว่น หมายเลขทะเบียน 9 กค 2956 กรุงเทพมหานคร ซึ่งคนขับเฉี่ยวชนรถตุ๊กตุ๊ก แล้วหลบหนี จนมาเกิดเหตุซ้ำ ชนรถของกู้ภัย แต่คนขับรถคันดังกล่าวก็ยังไม่ยอมหยุด ยังคงขับรถหนี ก่อนจะไปดจนมุมที่บริเวณสามแยกหน้าโรงแรมอนันตรา เชียงใหม่ รีสอร์ต พอรถหยุดลง ทั้งตำรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยพยายามเข้าพูดคุยกับชายคนขับรถ เพื่อให้รอร้อยเวรมาตรวจสอบ แต่ชายคนดังกล่าวก็ไม่ยอม ยืนยันว่าจะไปโรงพัก
ทางตำรวจที่เห็นเหตุการณ์ก็อธิบายว่าถ้าตกลงกันไม่ได้ ต้องรอร้อยเวรมาก่อน แต่ก็คุยกันไม่รู้เรื่อง ชายคนนี้พยายามเดินไปขึ้นรถ อ้างว่าจะไปโรงพัก ตำรวจจึงเข้าขัดขวาง ชายคนดังกล่าวก็ปิดประตูเสียงดังอ้างว่า "ผมเป็นรองอธิบดี ก็ผมบอกไปโรงพัก ผมจะหนีทำไม" ลองไปดูเหตุการณ์ช่วงนี้กัน
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบนายไพโรจน์ พรหมธารา อายุ 32 ปี เจ้าหน้าที่กู้ภัยในคลิป ได้พาดูรถยนต์ที่ถูกคู่กรณีชนเสียหาย พบรอยขีดข่วนและประตูบุบ
นายไพรโรจน์ เล่าว่า เหตุคืนวันที่ 28 ต่อเนื่องเช้า 29 ธันวาคม กำลังเข้าเวรเฝ้าระวังเหตุอุบัติเหตุบริเวณสี่แยกแสงตะวัน ถนนช้างคลาน อำเภอเมืองเชียงใหม่ พบอุบัติเหตุ รถยนต์อีซูซุ ขับมาจากถนนช้างคลานมุ่งหน้าสู่แยกแสงตะวัน ก่อนจะย้อนศรเข้าไปชนกับรถตุ๊กตุ๊ก
พอเกิดเหตุนำรถกู้ภัย เข้าไปตรวจสอบ แต่เมื่อไปถึง คนขับรถอีซูซุก็ได้ขับรถหนี จึงขับติดตาม จนเกิดการเบียดกันเกิดขึ้น จึงเรียกคู่กรณีให้จอดรถ และลงมาพูดคุยกัน แต่คนขับรถอีซูซุก็พยายามขับรถหนีอีก จนมาถึงแยกสังขวรรณ
นายไพรโรจน์บอกว่า ลักษณะของชายคนดังกล่าว เหมือนเมาสุรา แต่พอไปที่โรงพักกลับไม่ยอมตรวจวัดแอลกอฮอล์ โดยอ้างว่าเป็นคนถือกฎหมายจะทำอะไรก็ได้
ล่าสุดช่วงบ่ายวันนี้ ตำรวจเรียกทั้งสองฝ่ายเข้ามาพูดคุยที่สถานีตำรวจภูธรเชียงใหม่ ซึ่งทาง ไพโรจน์ พรหมธารา อาสาสมัครกู้ภัย และ นายชาญศักดิ์ สมประโยชน์ คู่กรณีก็ได้เดินทางมาตามนัด โดยใช้เวลาไกล่เกลี่ยทั้งหมดประมาณ 2 ชั่วโมง
หลังการเจรจา พันตำรวจเอกภูวนาท ดวงดี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองเชียงใหม่ เปิดเผยว่า เรื่องที่เกิดขึ้นมาจากความเข้าใจผิดของทั้งสองฝ่าย เพราะวันเกิดเหตุ “นายชาญศักดิ์” ขับรถเฉี่ยวชนกับรถตุ๊กตุ๊ก ได้แจ้งกับคนขับตุ๊กตุ๊กว่าให้ไปพูดคุยกันที่โรงพัก แต่ระหว่างทางกู้ภัย เห็นเหตุการณ์เข้าใจผิดคิดว่า “นายชาญศักดิ์” จะหลบหนี จึงได้ขับรถติดตามและเกิดเฉี่ยวชนกันขึ้น จนเกิดการโต้เถียงกันตามคลิป
หลังพูดคุยกัน “นายชาญศักดิ์” ยืนยันว่าไม่ได้หลบหนี และยินดีชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด
ส่วนกรณีที่ตั้งข้อสังเกตว่า “นายชาญศักดิ์” เมาสุราหรือไม่นั้น “นายชาญศักดิ์” บอกว่าเป็นคนพูดจาลักษณะแบบนี้อยู่แล้ว เบื้องต้นตำรวจจะได้ดำเนินการตรวจพิสูจน์อีกครั้งหนึ่ง
นอกจากนี้ ตำรวจยืนยันว่าดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย โดยไม่มีข้อยกเว้น และขอเวลาในการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะการพิจารณาดำเนินคดีกับใครก็ต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบว่าความผิดก็จะดำเนินคดี แต่ในส่วนของกรณีที่เข้าใจผิดกันของทั้ง 2 ฝ่าย ก็ได้พูดจากันจนเข้าใจในที่สุดแล้ว และทั้ง 2 ฝ่ายก็ยินยอมไม่ติดใจเอาความ
ด้าน อาสาสมัครกู้ภัยบอกว่ารู้สึกพอใจ และไม่ติดใจเอาความกับคู่กรณีแล้ว เบื้องต้นทางคู่กรณีได้มอบเงินช่วยเหลือ 10,000 บาท เป็นค่าแซมรถและค่าเสียเวลา ก็ขอจบเรื่องเลิกแล้วต่อกันด้วยดี
ขณะที่หลังคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ นายสรวิศ ลิมปรังษี โฆษกศาลยุติธรรม ได้ออกมาชี้แจงว่า การตรวจสอบเบื้องต้น ชายคนดังกล่าวเป็นผู้พิพากษาในศาลยุติธรรมจริง แต่กำลังดำเนินการตรวจสอบให้แน่ชัด ก่อนว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเป็นอย่างไร โดยอยู่ระหว่างสอบถามตำรวจและบุคคลที่อาจรู้เห็น ก่อนจะดำเนินการต่อไป
ส่งท้ายปีเก่า สวดมนต์ข้ามปี 2565 เพื่อเสริมสิริมงคลให้ชีวิตรับ "ปีใหม่"
รวมคำอวยพรปีใหม่ สวัสดีปีใหม่ 2565 ความหมายดี เลือกส่งให้ผู้ใหญ่และเพื่อน