ช่วยหนุ่ม18 ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกทำงาน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ทีมงานเพจสายไหมต้องรอด เข้าช่วยเหลือวัยรุ่นอายุ 18 ปี ที่ถูกหลอกไปทำงานในบ่อนพนัน ประเทศกัมพูชา แต่สุดท้ายถูกทรมานบังคับให้เป็นคอลเซ็นเตอร์ หลอกเหยื่อไทยจนฆ่าตัวตาย

นายเอกภพ เหลืองประเสริฐ ผู้ก่อตั้งเพจสายไหมต้องรอด นำตัว “นายเอ” วัย 18 ปี ผู้เสียหายเข้าพบ ว่าที่ร้อยตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษและให้ช่วยเหลือคุ้มครองพยาน หลังผู้เสียหายคนนี้ ถูกหลอกไปทำงานเป็นคอลเซ็นเตอร์หลอกคนไทย และติดต่อขอความช่วยเหลือกับเพจสายไหมต้องรอด

นายเอ เล่าว่า เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว เข้าไปในเพจเฟซบุ๊กชื่อว่า "หางานในปอยเปต"  เพื่อจะหางานทำ 

ซึ่งก็มีนายหน้าทักเข้ามาชักชวนไปทำงานที่กัมพูชา อ้างว่าได้ค่าจ้างเดือนละ 40,000 บาท จึงสนใจ หลังจากตกลงกัน ก็มีรถตู้มารับถึงที่ไปส่งที่ชายแดนอำเภอ โคกสูงจังหวัดสระแก้ว ก่อนจะมีคนมารับไปส่งที่อาคารแห่งหนึ่งในปอยเปต  ร่วมกับเหยื่อคนไทยอีกกว่า 100 คน ในอาคารดังกล่าวมีแก๊งมาเฟียค้ามนุษย์ชาวจีนเป็นคนคุม ลักษณะตัวอาคารเป็นกำแพงสูงแนวรั้วรอบขอบชิดมีรั้วไฟฟ้า คนไทยทั้งหมดจะถูกบังคับให้ทำงานเป็นคอลเซ็นเตอร์  ทำหน้าที่เป็นตัวละคนต่างๆ เช่น ตำรวจ  อัยการ ทนายความ เป็นต้น

แต่เหตุการณ์ที่ “นายเอ” บอกว่าสะเทือนใจที่สุดคือ มีชายชาวพัทยา จ.ชลบุรี ติดต่อเข้ามาเพื่อขอกู้เงินเพื่อจะพาแม่ไปผ่าตัดรักษาตัวที่โรงพยาบาล  ซึ่งมีค่าใช้จ่ายประมาณ 300,000 บาท  แต่ชายคนดังกล่าวมีเงินติดตัวอยู่ 65,000 บาท จึงจะขอกู้เงิน 235,000 บาท

 แต่กลับถูกแก๊งมิจฉาชีพหลอกให้โอนเงินไปค้ำประกันจนหมดตัว เมื่อชายไทยคนดังกล่าวรู้ว่าถูกหลอก  ได้วีดีโอคอลมาหาแก๊งมิจฉาชีพชาวจีน เพื่อขอคืนเงิน เพราะเป็นเงินก้อนสุดท้ายที่จะนำไปรักษาแม่ที่ป่วย แต่ถูกแก๊งมิจฉาชีพปฏิเสธ พร้อมด่าทอว่าโง่ ต่างๆ นานา สุดท้ายชายไทยคนดังกล่าวยิงตัวเองต่อหน้าแก๊งมิจฉาชีพ 

นายเอ บอกว่า ตลอดเวลาที่ทำงานเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ประมาณ 3 เดือน ก็คิดหาทางหลบหนี แต่แก๊งดังกล่าวยึดโทรศัพท์ และอนุญาตให้ออกมาซื้อของข้างนอกได้เดือนละ 1 ครั้ง  ทุกครั้งที่ที่ออกมาก็พยายามจำเส้นทางและพยายามหาเพื่อนที่เป็นชาวเขมร  จนครั้งสุดท้ายที่ได้ออกมาซื้อของข้างนอกก็ตัดสินใจวิ่งหนีออกมา ใช้เวลา 2 วันจึงมาถึงชายแดน จนได้รับการช่วยเหลือออกมาได้

ด้านว่าที่ร้อยตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขาฯ รมว.ยุติธรรม บอกว่าเบื้องต้นจะกัน “นายเอ” ไว้เป็นพยานและมีการคุ้มครองพยาน จากนี้จะประสานตำรวจ ปคม. ให้เข้ามาทำคดี เนื่องจากจุดเริ่มต้นของคดีเป็นการถูกหลอกในประเทศไทย และเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในพื้นที่ให้เข้มงวดกวดขันลาดตระเวนพื้นที่ชายแดน

  ขณะที่ข้อมูลจากกลุ่มสายไหมต้องรอด แจ้งว่าที่ผ่านมามีผู้เสียหายบางคนพยายามหลบหนีแก๊งดังกล่าว  แต่ก็ถูกตำรวจของประเทศเพื่อนบ้านส่งตัวกลับไปเหมือนเดิม ซึ่งทางนายเอ บอกว่ายังมีคนไทยอีกนับร้อยคน ถูกกักขังอยู่ในอาคารของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จึงอยากขอให้หน่วยงานเร่งช่วยเหลือคนไทยที่ยังต้องเผชิญชะตากรรมดังกล่าวอยู่กลับมา

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ