ภรรยาร้องสามีถูกเจ้าของร้านทองยิงเสียชีวิต

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ความคืบหน้าการไล่ติดตามจับกุมคนร้าย ที่ก่อเหตุปล้นร้านทาง ที่อ.พบพระ จ.ตาก ซึ่งคาดว่าหลบหนีไปยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีการประสานกองกำลังทหารเมียนมา ขอให้ช่วยติดตามตัวแล้ว ขณะที่ภรรยาของผู้เสียชีวิต เปิดใจกับทีมข่าวโดยบอกว่าเห็นกับตา คนที่ยิงสามีของเธอคือเจ้าของร้านทอง ไม่ใช่โจร

ทีมข่าวพีพีทีวี ได้สัมภาษณ์นางติ่นหม่าวิน ชาวเมียนมา อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นภรรยาของผู้เสียชีวิต คือนายอากา อายุ 30 ปี จากเหตุการณ์คนร้ายบุกปล้นร้านทอง ในพื้นที่ อ.พบพระ จ.ตาก  โดยในวันเกิดเหตุเธอและสามีได้ไปซื้อทองเพื่อรับขวัญลูกคนเล็กวัย 2 เดือน แต่หลังจากที่เข้าไปในร้านได้แค่ไม่ถึง 5 นาที  ก็ได้ยินเสียงปืนของคนร้ายดังมาจากข้างหลัง  ซึ่งเป็นจังหวะที่คนร้ายยิงเปิดทางนัดแรก แต่เธอเห็นว่าตอนนั้นกระสุนยังไม่โดนสามี

โดยช่วงนั้นทุกคนต่างกำลังแยกย้ายหาที่กำบัง เพราะเจ้าของร้านกดล็อกประตูทำให้วิ่งหนีออกไปข้างนอกร้านไม่ได้ โดยตอนนั้นตัวเธอและสามีกำลังหมอบอยู่ 

ให้กำลังใจ "น้องกัณฑ์"ไลฟ์สดร้องเพลงหาเงินค่าทำศพพ่อ

ระหว่างนั้นคนร้ายก็รีบกวาดทองและหนีหลบหนีออกจากร้านไป พอสามีเธอลุกขึ้นมาพบเห็นเจ้าของร้านก็เดินถือปืนออกมาพอดี จากนั้นก็พบว่าเจ้าของร้านยิงเข้าที่หน้าอกของสามีเธอ  ซึ่งน่าจะเข้าใจผิดคิดว่าสามีเธอเป็นคนร้าย  ตอนนี้ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะเป็นคนต่างด้าว ทำได้เพียงขอความเป็นธรรมกับผู้สื่อข่าวเท่านั้น 

หลังเกิดเหตุทางเจ้าของร้านก็ยังไม่มาพูดคุยเจรจาในเรื่องของการเยียวยา  ส่วนทางตำรวจก็เข้าใจว่าถูกโจรยิงเสียชีวิต ซึ่งตอนนี้คงต้องรอผลตรวจพิสูจน์ทิศทางกระสุนปืนจากกองพิสูจน์หลักฐาน และผลการชันสูตรจากแพทย์อย่างละเอียดอีกครั้ง

 ส่วนความคืบหน้าการติดตามตัวคนร้าย พล.ต.อ. สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ขณะที่ทราบตัวคนร้ายที่ก่อเหตุแล้ว เป็นชนเผ่าม้ง อาศัยอยู่ในพื้นที่ อ.พบพระ  ซึ่งไม่มีสถานะทางทะเบียน

เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายน่าจะหลบหนีข้ามฝั่งไปยังประเทศเพื่อนบ้านแล้ว  ขณะเดียวกันได้ประสานไปยังทางการเมียนมา เพื่อขอให้ช่วยติดตามตัวมาดำเนินคดีโดยเร็ว

ล่าสุดเมื่อสักครู่ที่ผ่านมา ศาลได้อนุมัติหมายจับคนร้ายคดีปล้นทองแล้ว โดยมีทั้งสิ้นจำนวน 4ราย ประกอบด้วย

นายวรพงษ์ แซ่ท้าว นายเต้อ แซ่ท้าว นายคึ แซ่ท้าว และนายวิชัย แซ่ว่าง ในข้อหาร่วมกันปล้นทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะฯ ,ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองฯ, พาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองฯ , และยิงปีนในที่ชุมนุมชนฯ  ซึ่งจากข้อมูลการสืบสวนของตำรวจพบว่า คนร้ายในคดีนี้มีทั้งหมด 4 คน แบ่งเป็นผู้ลงมือก่อเหตุปล้นทอง จำนวน 3คน

คนละครึ่งเฟส 4 ลงทะเบียนสำเร็จ 9.2 แสนราย เริ่มใช้สิทธิผ่านแอปฯเป๋าตัง 17 ก.พ.นี้

ส่วนอีก 1 คนทำหน้าที่หาอาวุธปืน และขับรถพาหลบหนีไปตามแนวชายแดนซึ่งตำรวจเชื่อว่าทุกคนได้ส่วนแบ่งจากการ "ปล้นทอง" ในครั้งนี้ ส่วนประเด็นที่มีลูกค้าเสียชีวิตภายในร้านทองนั้นตำรวจจะดำเนินการทุกอย่างตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นต่อไป

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ