พล.ต.ต.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 หัวหน้าชุดสืบสวนคดีค้ามนุษย์ชาวโรฮิงญา เปิดใจกับทีมข่าวพีพีทีวี ว่าพร้อมส่งมอบหลักฐานคดีให้กับพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล หากมีการประกาศต่อสาธารณชน ให้ความมั่นใจว่าจะขยายผลคดีนี้อย่างจริงจัง โดยเชื่อว่าหลักฐานที่ตนเองมีสามารถนำไปต่อยอดไปถึงปลาตัวใหญ่ เพราะข้อมูลที่นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล นำไปอภิปรายในสภา เป็นเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมดเท่านั้น
พล.ต.ต.ปวีณ เปิดเผยอีกว่า หลังจากที่มีการอภิปรายประเด็นดังกล่าว ก็ยังไม่มีใครมาประสานขอข้อมูลเพิ่มเติม ซึ่งหลังจากที่มีการพูดถึงเรื่องนี้ในสภา ได้ติดตามท่าทีของรัฐบาล ยังไม่เห็นความจริงใจในการแก้ไขปัญหา เพราะไม่มีการสืบสวนต่อให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมเหมือนสมัยที่ตนเองและทีมงานทำการสืบสวนคดีในปี 2558 มีการรวบรวมเอกสารหลักฐานกว่าแสนแผ่นจนจับกุมเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องได้
ส่วนที่ พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร ยืนยันจะติดตามคดีค้ามนุษย์ให้หากมีการส่งหลักฐานมานั้น พล.ต.ต.ปวีณ ถามกลับว่าทำไมจึงเพิ่งมาบอกเอาตอนนี้ เพราะตอนที่ตนเองทำงาน ไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล แม้กระทั่งทีมงานสืบสวนที่ควรได้รับความดีความชอบ กลับไม่ได้เติบโตในหน้าที่การงานเท่าที่ควร
ส่วนที่บอกให้ตนเองกลับไทยนั้น พล.ต.ต.ปวีณ ระบุว่า ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ทำให้ไม่กล้ากลับในตอนนี้ โดยต้องการให้ประเทศไทยนำตัวผู้เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ที่มีตำแหน่งและอำนาจ รวมถึงผู้ที่ขัดขวางการสืบสวนคดีนี้มาดำเนินคดีอย่างจริงจัง เพราะถ้าไม่มีการดำเนินการในส่วนนี้ก็ยังรู้สึกไม่ปลอดภัย
โดย พล.ต.ต.ปวีณ ย้ำว่า “ตนเองไม่ได้กลัวโจรทั่วไป แต่กลัวโจรในเครื่องแบบ”
ส่วนความเคลื่อนไหวที่สภา วันนี้ นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร ระบุว่า วันนี้ จะนำเรื่องของการค้ามนุษย์ และกรณีการลี้ภัยของ พล.ต.ต.ปวีณ เข้าสู่ที่ประชุมกมธ.กฏหมาย คาดว่าสัปดาห์หน้าจะมีการพิจารณาเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้อง เช่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมชี้แจงต่อ กมธ. ยืนยันว่าจะให้ความสำคัญกับประเด็นนี้
ทั้งนี้หากจะขยายผลคดีค้ามนุษย์ จากหลักฐานที่พล.ต.ต.ปวีณเคยทำไว้ ตามกระบวนการ 3 คนแรก ที่มีอำนาจสั่งการขยายผลได้เต็มรูปแบบ คือ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้บังคับบัญชาสูงสุดของตำรวจ สามารถสั่งให้ตรวจสอบเพิ่มเติมได้ รวมทั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะ ผู้บังคับบัญชาสูงสุด ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจด้วย