เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2565 ทนายเกิดผล แก้วเกิด ออกมาให้ความเห็น กรณี "แม่แตงโม" ภนิดา ศิระยุทธโยธิน พูดถึงเงินเยียวยา 30 ล้าน เป็นค่าปลงศพ โดยบอกว่าเป็นการประเมินจากรายได้หาก "แตงโม" ยังมีชีวิตอยู่ ว่า ในกรณีที่มีผู้อื่นทำให้ลูกตาย แม่สามารถเรียกค่าทดแทนตามกฎหมายได้เท่าที่มีกฎหมายบัญญัติไว้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เท่านั้น ไม่ใช่ว่าอยากเรียกเท่าไหร่ตามอำเภอใจ โดยไม่มีกฎหมายรองรับได้ทุกอย่าง
"ทนายตั้ม" จ่อคุยตัวละครสำคัญคดี "แตงโม" เสียชีวิต เปิดตัวพรุ่งนี้
ในกรณีที่บุตรเสียชีวิตทันที โดยไม่มีการรักษาพยาบาลก่อนเสียชีวิต กฎหมายให้เรียกค่าสินไหมทดแทน ได้ 2 กรณี คือ
1. ค่าปลงศพ หรือค่าจัดการงานศพ
2. ค่าขาดไร้อุปการะเลี้ยงดู
นอกจากนั้น ไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้ต่างจากกรณี ผู้ถูกละเมิด บาดเจ็บไม่ถึงตาย แต่ขาดรายได้ ขาดประโยชน์จากการทำงาน แบบนี้สามารถเรียกได้ เช่น แตงโม อายุ 30 ปี มีรายได้เดือนละ 150,000 บาท ร่างกายแข็งแรงไม่มีโรคภัยประจำตัว หากไม่เสียชีวิตก่อนจะมีอายุยืน และ งานต่อไปได้ไม่น้อยกว่า 30 ปี (นับถึงอายุ 60 ปี) แบบนี้ฟ้องเรียกค่าสินไหมดแทนได้หลายอย่าง รวมทั้งค่าขาดรายได้ เดือนละ 150,000 x12 x 30 ได้ด้วย
แต่ในกรณีที่ลูกตาย แม่จะเรียกค่าสินไหมแบบนั้นไม่ได้ แม่เรียกได้แต่ค่าจัดการงานศพ และค่าขาดไร้อุปการะเลี้ยงดูเท่านั้น สมมุติว่า ขณะ แตงโมมีชีวิตอยู่ ส่งเสียแม่เดือนละ 15,000 บาท ขณะนี้แม่อายุ 60 ปี ร่างกายแข็งแรง คาดว่าจะมีชีวิตถึง 70 ปี แบบนี้แม่เรียกได้แค่เดือนละ 15,000 เป็นเวลา 10 ปี ไม่ใช่คำนวณจากรายได้ลูก และอายุของลูก พร้อมติดแฮทแท็กว่า #แม่ควรมีทนายความนะครับ แม๊.."