ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้ง จากแม่ค้ารายหนึ่ง บอกว่า ตอนนี้ได้รับความเดือดร้อนจากแก๊งเงินกู้เป็นอย่างมาก หลังหลายเดือนก่อนได้ไปกู้เงินนอกระบบ หรือเงินกู้ร้อยละยี่สิบ จากเจ้าหนี้ 2 ราย รายแรกกู้มา 5,000 บาท รายที่ 2 กู้มา 10,000 บาท รวมเป็นเงิน 15,000 บาท เพื่อนำไปต่อทุนค้าขาย จากนั้นก็ทยอยส่งเป็นรายวันคืนไปจำนวนหนึ่ง
แต่ด้วยสถานการณ์โควิด 19 ทำให้ขายของไม่ได้ ขาดทุน จึงไม่มีเงินส่ง พยายามหางานทำเพิ่มแต่ก็ไม่มีใครจ้าง จึงตัดสินใจหลบหน้าเจ้าหนี้เวลามาทวง
จนกระทั่งถูกตามตัวจนเจอเลยถูกแก๊งปล่อยเงินกู้คุกคามข่มขู่ ทวงเงิน ด่าด้วยถ้อยคำหยาบคายเสียงดัง จนถูกเพื่อนบ้านรังเกียจ ทำให้ตนอยู่บ้านไม่ได้ต้องไปขออาศัยอยู่กับเพื่อนบ้าง บ้านญาติบ้าง
แม่ค้า คนดังกล่าวยอมรับว่า เป็นความผิดของตนเองที่ไปกู้มาแล้วไม่มีคืน แต่ไม่คิดว่าจะถูกคุกคามถึงขั้นอยู่บ้านตัวเองไม่ได้ขนาดนี้ ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร บางครั้งก็ท้ออยากจะฆ่าตัวตายให้พ้นๆ ไป เพราะตอนนี้ไม่มีปัญญาใช้เงินคืนเขาจริงๆ
สำหรับแก๊งปล่อยเงินกู้นอกระบบ หรือแก๊งหมวกกันน็อกในลำพูน ส่วนมากจะมาจากจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง มีคนหนุนหลัง ทำให้ไม่เกรงกลัวกฎหมายและมักจะข่มขู่ทำร้ายผู้ที่ไม่คืนเงินบ่อยครั้งแต่ไม่มีใครกล้าแจ้งความ โดยวิธีการปล่อยเงินกู้จะทำเป็นใบปลิวเล็กๆ-นามบัตร ใส่เบอร์ติดต่อไว้ ไปติดตามเสาไฟฟ้า ตามตลาด เดินแจก ฝากแจกบ้าง รวมถึงเข้าไปตามบ่อนการพนันต่างๆ ซึ่งพื้นที่จังหวัดลำพูน มีแก๊งปล่อยเงินกู้ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไม่ต่ำกว่า 20 กลุ่ม