นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่ออกมาเคลื่อนไหวตั้งข้อสังเกตต่างๆ ในคดีการเสียชีวิตของแตงโมตั้งแต่แรกๆ บอกว่า หลังจากฟังตำรวจแถลงปิดคดีแล้ว ลักษณะการทำสำนวนค่อนข้างอ่อน มีหลายประเด็นที่ยังตอบสังคมไม่ได้ เช่น จุดที่แตงโมตกเรือ จุดที่แตงโมเสียชีวิต รวมถึงเหตุผลที่แตงโมไปอยู่ท้ายเรือ ไปปัสสาวะจริงหรือไม่ และลักษณะบาดเเผล ที่สังคมยังสงสัยว่าเกิดจากใบพัดเรือจริงหรือไม่
โดยเปรียบว่าหากความจริงคือ 100% สิ่งที่ตำรวจแถลงมีเพียง 30%เท่านั้น จึงกังวลว่าหากสำนวนคดีแหละหลวม ก็อาจเป็นการเอื้อประโยชน์ให้ผู้ต้องหาพ้นผิดได้ ซึ่งต่อจากนี้เขาจะให้ทีมทนายความไปรวบรวมข้อสังเกตจากสังคม เพื่อยื่นให้อัยการพิจารณาว่ามีประเด็นไหนที่ยังสงสัยหรือประเด็นที่ยังไม่มีการตรวจสอบ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ไปดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมด้วย
ส่วนกระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องที่เขาออกมาให้ข้อมูล แล้วทำให้สังคมสับสน นายมงคลกิตติ์ บอกว่าสิ่งที่เขาทำไป เป็นเพียงการตั้งข้อสังเกตในฐานะประชาชนและผู้แทนราษฎรเท่านั้น
สำหรับประเด็นที่ตำรวจบอกว่าแตงโม ไม่ได้ตกเรือบริเวณท่าเรือเทเวศน์อย่างที่ตนตั้งข้อสังเกต ส.ส.เต้ บอกว่า สิ่งที่ตนพูดเป็นเพียงแค่การแสดงความคิดเห็น และอยากจะให้ตำรวจไปตรวจสอบแค่นั้นเอง
ส่วนการเคลื่อนไหวต่อจากนี้ นายมงคลกิตติ์ บอกว่าจะรอดูการทำงานของอัยการ ว่าในกรอบเวลา 1 เดือนต่อจากนี้เป็นอย่างไร หากมีข้อสงสัยว่าไม่ชอบมาพากล ก็จะนำเรื่องไปร้องเรียนต่อ คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร ที่มี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เป็นประธานตรวจสอบกระบวนการทำงานของเจ้าหน้าที่ต่อไป
อีกคนหนึ่งที่ออกมาหาหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดีการเสียชีวิตของ “แตงโม นิดา” คือ นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจสันติบาล เป็นหนึ่งในพยานบุคคลที่ตำรวจเรียกไปสอบปากคำเพิ่มเติมในประเด็นต่างๆมากมาย แม้ว่าตำรวจจะแถลงปิดสำนวนว่าการเสียชีวิต เกิดจากขาดอากาศหายใจ จากการจมน้ำ
แต่นายสันธนะ มองว่าการแถลงของตำรวจวันนี้ เป็นการแถลงเพื่อตอบปัญหาสังคมในประเด็นที่สงสัย อีกทั้งหลักฐานที่นำมาแสดงต่อสาธารณะวันนี้ ก็ไม่ได้มีหลักฐานอื่นๆนอกเหนือจากหลักฐานที่บ่งบอกว่าเกิดจากความประมาทนำมาแสดงเพิ่มเติม และผู้ที่เกี่ยวข้องในเหตุการณ์นี้ยังมีบุคคลอื่นนอกเหนือจาก 5 คนบนเรือ ซึ่งที่ผ่านมาตนได้นำพยานหลักฐานต่างๆ ไปมอบให้พนักงานสอบสวนเอาไว้แล้ว แต่หลักฐานเหล่านั้นไม่ถูกนำมาใช้ในการประกอบสำนวน
นายสันธนะ บอกอีกว่า ถึงแม้วันนี้ตำรวจจะแถลงปิดสำนวนเพื่อส่งต่อให้พนักงานอัยการ แต่ตนก็ยังจะเดินหน้าหาพยานหลักฐานอื่นๆเพิ่มเติมต่อไป โดยหลังจากนี้ตนจะทำหนังสือถึงพนักงานอัยการ เพื่อให้ทบทวนพยานหลักฐานต่างๆที่เคยส่งมอบให้ตำรวจอีกครั้ง ทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดสถานที่ต่างๆ หมายเลขโทรศัพท์ของบุคคลที่ 3 ที่มีการติดต่อกับคนบนเรือ และสถานที่นัดหมายพาแตงโมไปพบ
รวมทั้งหลังจากนี้จะนำเรือสปีดโบ๊ทไปจำลองเหตุการณ์ตามเส้นทางจริง และ GPS ที่ระบุไว้ตั้งแต่ร้านอาหารมาจนถึงจุดเกิดเหตุ โดยใช้ความเร็วเท่ากันแบบเป๊ะๆ เพื่อเปรียบเทียบกับพยานหลักฐานที่ตำรวจออกมาแถลง ว่าจะตรงกันหรือไม่