"หมอพรทิพย์" ไม่เคยรู้ข้อมูลจำลองศพแตงโม

โดย PPTV Online

เผยแพร่

อดีต ผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ยืนยัน การนำร่างผู้เสียชีวิตไปจำลองเหตุการณ์ สามารถทำได้ แต่สุ่มเสี่ยงพร้อมย้ำอีกครั้ง แตงโม ไม่ได้ตกที่ท้ายเรือ!

พญ.คุณหญิงพรทิพย์ โรจนสุนันท์ อดีตผอ.สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ บอกถึงประเด็นการแถลงของนายอัจฉริยะ เรื่องการชันสูตรพลิกศพ ของแพทย์นิติเวช กับ คุณเอกรัฐ ผู้สื่อข่าวพีพีทีวี ในประเด็นคลิปวิดิโอบันทึกเหตุการณ์โดยใช้ร่างคุณแตงโมจำลองการหมุนกับใบพัดเรือ นั้น คุณหมอพรทิพย์ยืนยันว่า ในทางนิติเวชฯ นั้นโดยปกติแล้ว หากมีการผ่าชันสูตรพลิกศพเสร็จสิ้นแล้ว มักไม่ค่อยมีการจำลองกับศพอีก

แต่ถ้าจะทำ ก็ทำได้ ควรจะต้องมีการแจ้งญาติทราบทุกครั้ง ขณะที่การจำลองต้องคำนึงถึงหลักการทางนิติวิทยาศาสตร์ที่เรียกว่า “Chain of custody” หมายถึง การรักษาสภาพวัตถุพยานให้ต่อเนื่อง ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ทั้งร่องรอย และ บาดแผล ที่อาจไม่ได้เกิดขึ้นในเหตุการณ์จริง หรือ สารคัดหลั่ง  สารพันธุกรรม DNA ที่อาจปะปนเข้ามาทำให้เป็นปัญหาต่อการทำสำนวนในภายหลังได้

คุณหมอพรทิพย์ ยังระบุเพิ่มเติมด้วยว่า แพทย์คนแรก มิได้มีการแจ้งคณะกรรมการร่วมชันสูตรศพคุณแตงโม ในชุดคุณหมอพรทิพย์ เป็นที่ปรึกษาฯ ว่าได้นำศพไปจำลองกับใบพัดอีกครั้งหนึ่ง

ทั้งที่โดยตามหลักการแล้ว ควรแจ้ง คณะกรรมจะได้รับทราบ ว่าจุดใดคือบาดแผลเบื้องต้น และจุดใดเปลี่ยนแปลงไปบ้างหลังการจำลองเหตุการณ์อีกครั้ง

ขณะเดียวกัน “คุณหมอพรทิพย์” ยังพูดถึงประเด็น “บาดแผลใหญ่” ที่ต้นขาขวาของคุณแตงโม ที่นายอัจฉริยะเชื่อว่า “ไม่ได้เกิดจากใบพัดเรือ” นั้น ในความเห็นส่วนตัว เท่าที่เห็นรายงานสรุป ไม่สามารถยืนยันได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเป็นแผลที่เกิดขึ้นจากใบพัดเรือหรือไม่ มีโอกาสทั้งใช่ และ ไม่ใช่

แต่ส่วนตัว ให้ความสำคัญกับ “บาดแผลรูปแบบก้างปลา” ที่เกิดขึ้นบริเวณขาคุณแตงโมมากกว่า เพราะถือเป็นรูปแบบบาดแผลที่ประเมินได้ ว่าอาจเกิดขึ้นจากใบพัดเรือมากที่สุด และจะนำไปพิสูจน์ถึงจุดที่คุณแตงโมตกเรือได้และบาดแผลก้างปลา ที่ว่านี้ทำให้ส่วนตัวยังคงมั่นใจ ว่า “แตงโมไม่ได้ตกที่ท้ายเรือ”!

ส่วนประเด็นที่ผู้ตรวจการแผ่นดินแถลงเรื่องการพบยา Alprazolam ในร่างกายคนบนเรือ 3 คนนั้น และมีอยู่ 2 คน ที่ปฏิเสธการตรวจ จะเป็นพิรุธในทางคดีหรือไม่นั้น

“คุณหมอพรทิพย์” ระบุว่า ต้องเข้าใจก่อนว่า ยาชนิดนี้ ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์ เป็นยารักษาอาการวิตกกังวล อาการแพนิค อาการตื่นตระหนก บางครั้งใช้เป็น “ยานอนหลับ” ไม่ได้มีฤทธิ์กระตุ้นอารมณ์ทางเพศ แต่หากรับประทาน จะมีอาการง่วงซึม และจะเพิ่มความอันตราย หากใช้ร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และยาเสพติด

แต่หากเป็นกรณีตรวจพบยา Alprazolam ในร่างผู้เสียชีวิต (คุณแตงโม) ก็อาจเป็นอีกประเด็นหนึ่งที่เชื่อมโยงไปยังแรงจูงใจการก่ออาชญากรรมได้ ซึ่งขณะนี้ ก็เป็นหน้าที่ของอัยการแล้วว่าจะสั่งตรวจสอบเพิ่มเติมในประเด็นนี้อีกครั้งหรือไม่

ส่วนเรื่องการตรวจหายาซ้ำนั้น  คุณหมอพรทิพย์ระบุว่า การกลับไปตรวจหาสารในร่างกาย สามารถตรวจซ้ำได้ แต่ผลจะคลาดเคลื่อนไปในระดับหนึ่ง อาจไม่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงสำนวนในทางคดีเพราะล่าช้าไปมากแล้ว

แต่ส่วนตัว อยากพุ่งเป้าไปที่การทำงานของตำรวจมากกว่า ที่อนุญาตให้สองผู้ต้องหา ไม่ต้องตรวจหายา หรือ สารเสพติด ตั้งแต่แรก จะเป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ใช่หรือไม่

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ