ครูและบุคคลากร โรงเรียนสตรีพัทลุง ใส่ชุดดำ ทำพิธีไว้อาลัยเด็กหญิงวัย 14 ปี ระหว่างทำกิจกรรมหน้าเสาธงพร้อมนักเรียนกว่า 1,300 คน ในวันเปิดเรียนวันแรก ซึ่งมีนักเรียน ม.1 ม.2 และ ม.4 มาเรียน ส่วน ม.3 ม.5 ม.6 อีกประมาณ 1,400 คน จะมาเรียนในห้องเรียนพรุ่งนี้ (18 พ.ค.65) ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้า โดยเด็ก ๆ จับกลุ่มกันพูดคุยเรื่องที่เกิดขึ้น ต่างเสียใจและเสียดายที่เด็กหญิงวัย 14 จากไปก่อนวัยอันควร เนื่องจากเป็นที่รู้กันว่าเป็นเด็กเรียนเก่งมาก และใฝ่ฝันอยากเป็นจิตแพทย์
นางมาลี แก้วละเอียด ผู้อำนวยการโรงเรียน ได้กล่าวแสดงความเสียใจอีกครั้ง และขอให้นักเรียนที่ติดตามข่าวอย่าด่วนตัดสินว่าครูเป็นฝ่ายผิด พร้อมระบุทางโรงเรียนได้ตั้งคณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริงมา 1 ชุด ขณะที่ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาพัทลุงก็ตั้ง 1 ชุด และทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาทำงานขั้นพื้นฐานก็ตั้งมาอีก 1 ชุด โดยบอกว่าขอให้นักเรียน เชื่อมั่นในความรักความเมตตาที่ครูมีต่อลูกศิษย์ทุกคน ซึ่งเรื่องนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่สอนทั้งครูและนักเรียน โดยพรุ่งนี้ซึ่งเด็ก ม.3 กลุ่มเพื่อนของเด็กหญิงจะมาเรียน ก็จะชี้แจงอีกครั้ง
“เราต้องคิดวิเคราะห์และก็ให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ผอ.ก็เข้าใจน้อง เมื่อรู้ข้อมูลรายละเอียดมากมายนะคะ แล้วก็เข้าใจคุณครูที่ทางด้านที่ดูแลช่วยเหลือนักเรียน แต่ในเมื่อมันเกิดความผิดพลาดในด้านใดด้านหนึ่งหรือในเรื่องการสื่อสารที่เรา...จะเกิดแบบนั้น ตรงนี้เราก็ตอบไม่ได้แล้วก็ตัดสินไม่ได้ว่านะคะคุณครูมีความผิด ตอนนี้โรงเรียนก็ได้แต่งตั้งคณะทำงาน คณะกรรมการสืบหาข้อเท็จจริง” นางมาลี กล่าว
ด้านญาติ ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องของเด็กหญิง ออกมาเผยชีวิตของเด็กหญิงโดยเล่าว่า เด็กหญิงมีนิสัยเงียบขรึม ไม่ร่าเริง ชอบเก็บตัว แม้พี่สาวจะพยายามเข้าหา แต่เด็กหญิงก็หลีกเลี่ยงไม่อยากเจอใคร ก่อนเสียชีวิตก็ยังชวนไปห้างก็ไม่ยอมไป แต่จะชอบอยู่กับเพื่อน พร้อมเล่าว่า พ่อแม่ของเด็กหญิงนั้นแยกทางกัน เพราะแม่ติดพนัน แม่เด็กจึงให้มาอยู่กับป้าที่พัทลุง ซึ่งเด็กหญิงก็ติดป้ามาก กระทั่งป้าเสียชีวิต ทำให้เด็กหญิงเสียใจมาก รู้สึกว่าไม่เหลือใคร ลูกพี่ลูกน้องจึงช่วยดูแลด้วยความสงสาร
จากนั้นทราบว่าเด็กได้ทะเลาะกับพี่สาวเรื่องที่ดุเพราะแอบหนีเที่ยวกลางคืน พี่สาวจึงไปส่งให้อยู่กับแม่ ซึ่งแม่จะให้เด็กหญิงเรียนที่โรงเรียนใกล้บ้าน แต่เด็กหญิงไม่อยากเรียนที่นั่นแต่อยากกลับไปหาเพื่อนที่พัทลุง แม่จึงหาเงินให้ไปเรียนที่พัทลุง แต่ครูบอกกับแม่ว่าถ้าเด็กไปเรียนที่พัทลุงคนเดียวจะอันตราย และอยาก ให้เรียนที่สงขลาและอยู่กับแม่มากกว่า ทำให้เด็กหญิงซึ่งเก็บเสื้อผ้ารอแล้วผิดหวัง
ทั้งนี้ญาติยังขอแก้ข่าว เรื่องที่แม่ไม่ได้สนใจนั้นไม่เป็นความจริง เพราะก่อนหน้านี้ ถ้าเด็กหญิงต้องการอะไร หากบอกแม่ทางแม่ก็จะหา แต่น้องอาจต้องการความรักมากกว่า ส่วนตัวคิดว่า มี2สาเหตุที่ทำให้เด็กหญิงคิดสั้นคือเพราะผิดหวังที่อยากจะกลับไปเรียนที่โรงเรียนเดิมเพราะติดเพื่อนมาก แต่ครูอาจทำให้เด็กหญิงเข้าใจผิด ส่วนที่มีประเด็นเรื่องเด็กถูกทำร้ายยืนยันว่าเป็นแค่การลงโทษที่หนีเที่ยวเท่านั้น
“แม่เขาอะก็เลยไปหาเงินมาให้เขาตอนนั้นอะ หาเงินมาให้เขา ได้เงินมาแล้วจะให้เขาอะไปเรียนที่พัทลุง แล้วทีนี้ก็คือคุยปรึกษากับคุณครูฝ่ายปกครองที่โรงเรียนพัทลุง แต่ว่าคุณครูฝ่ายปกครองก็คือบอกน้องบอกแม่...ไปว่า คือมาเรียนอะเด็กผู้หญิงอายุ14-15 เองมาเรียนที่นี่มันอันตราย อะไรประมาณนี้ค่ะ คืออยากให้น้องเรียนที่นั่นอยากให้น้องอยู่กับแม่มากกว่า แล้วเหมือนเขาอะ เขารู้สึกผิดหวังมาก เพราะว่าเขาเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าไว้เรียบร้อยแล้วไง”
ขณะที่เพื่อนของเด็กหญิง หลังออกมาให้ข้อมูลกับสื่อยืนยันว่า สาเหตุที่เด็กหญิงผูกคอตาย เพราะโดนบีบคั้นทั้งเรื่องครอบครัว และคำพูดของครู ที่ทำให้รู้สึกว่าเป็นตัวปัญหา ประกอบกับมีภาวะซึมเศร้า
ล่าสุดพบว่ากลุ่มเพื่อนได้แชร์ข้อความที่แชตคุยกับแม่ของเด็กหญิง ซึ่งเพื่อนคนหนึ่ง ได้ตำหนิแม่เด็กหญิงอย่างดุเดือด ที่พูดไม่ดีและไม่เคยให้กำลังใจเด็กหญิง พร้อมตั้งคำถามกับแม่เด็กหญิงว่า คิดว่าที่เด็กหญิงฆ่าตัวตายเพราะเรื่องย้ายโรงเรียนจริงหรือ และบอกว่า มันเป็นเพราะคุณทำไม่ดีกับเด็กหญิง ทำเหมือนไม่ใช่ลูก ซึ่งผู้เป็นแม่เด็กก็ตอบสั้น ๆ เพียงว่า "แล้วแต่จะคิด" ทำให้คนที่เป็นเพื่อนโมโหมาก และพิมพ์ตอบกลับไปว่า นั่นคิดมาแล้วใช่ไหมถึงพิมพ์คำนั้นออกมา