จากนั้น 5 เมษายน นายมงคลกิตติ์ ออกมาบอกว่า เขาได้รับข้อมูลว่า มีผู้หวังดีส่งผ้ากระโปรงสีขาวของแตงโม ไปให้บังแจ็ค ที่อเมริกา เพื่อเก็บรักษาไว้ หลังจากนี้จะให้ส่งกลับมาไทยเพื่อตรวจสอบ
และล่าสุด มีการเปิดเผยว่า 3 พฤษภาคม ที่ผ่านมา มีการส่งพัสดุ ที่จ่าหน้าซอง ชื่อ แพทย์หญิง คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ ส่งมาจากสหรัฐอเมริกา โดยที่หน้าซองเขียนว่า ภายในซองพัสดุ เป็น กระโปรง แต่ก็ยังไม่มีใครเปิดดู
มีการระบุจาก คณะกรรมาธิการ สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ว่า ได้ส่งเรื่องไปที่อัยการเพื่อให้มารับหลักฐานชิ้นนี้ไป ตอนนี้อยู่ระหว่างการรออัยการตอบกลับ
ทีมข่าวสอบถามไปยังแหล่งข่าวระดับสูงของทางอัยการ ไม่มีใครสะดวกเปิดหน้าให้สัมภาษณ์ แต่ให้ข้อมูลที่น่าสนใจหลายคน
เช่นบอกว่า ตอนนี้คดีของแตงโม อัยการสรุปสำนวนคดี สั่งฟ้องไปแล้ว อยู่ระหว่างรอ อธิบดีอัยการภาค 1 ตรวจสอบสำนวนคดี แต่หากพูดตามหลักการ ก็ถือว่า คดียังอยู่ในมืออัยการอยู่ หากจะมีการเพิ่มหลักฐานเข้ามาในคดี อัยการไม่สามารถรับมาใส่ในสำนวนคดีได้เลย อาจจะต้องส่งกลับ ไปให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบอีกทีก่อน
แหล่งข่าวคนนี้ ยังตั้งข้อสังเกตว่าในเมื่อคณะกรรมาธิการได้รับพัสดุชิ้นนี้ส่งมาตั้งแต่เมื่อตอนต้นเดือนพฤษภาคม ทำไมถึงเก็บไว้นานเกือบ 1 เดือน เพิ่งจะมาเปิดเผยเมื่อ 30 พฤษภาคม ที่ผ่านมา ทั้งที่มีอำนาจสามารถเรียกหน่วยงานต่างๆให้นำไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ได้เลย นอกจากนี้ยังตั้งคำถามว่า มีใครกล้ารับรอง ว่า หลักฐานชิ้นนี้เป็นของจริงในคดีความหรือไม่
ขณะที่ แหล่งข่าวอีกคนที่อยู่ในแวดวงอัยการเหมือนกัน มองว่า หลักฐานชิ้นที่ ถูกอ้างว่าเป็นของแตงโม ตอนนี้มีสถานะเป็น “หลักฐานนอกสำนวน” การที่จะเอาพยานหลักฐานมาใส่ในสำนวนคดี มีกระบวนการ ไม่สามารถทำได้ทันที ต้องตรวจสอบที่มาที่ไปให้ชัดเจน รวมถึงต้องดูว่า กระบวนการได้มาซึ่งหลักฐานชิ้นนั้นชอบธรรมหรือไม่ และ ต้องคำนึงด้วยว่าหากใส่ลงไปในสำนวนแล้ว ศาลจะรับฟังหรือไม่