ฝากขัง "สันติ" มือฆ่ายกครัวที่ไต้หวัน-ค้านประกันตัว

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"สันติ" ถูกสอบปากคำทั้งคืน รับสารภาพ ร่วมมือกับแก๊งมาเฟียไต้หวัน ฆ่าสองสามีภรรยา ปมเหตุมาจากหนี้ยาเสพติด 10 ล้านบาท ก่อนฝากขัง-ค้านประกันตัว

ความคืบหน้าคดีฆ่าโหดสองสามีภรรยาพร้อมลูกในท้องที่ไต้หวัน ปรากฎว่า หลังถูกตำรวจกองปราบเค้นสอบทั้งคืน นายสันติ ยอมเปิดปากรับสารภาพว่า ร่วมมือกับแก๊งมาเฟียไต้หวันฆ่าสองสามีภรรยา อ้างปมเหตุมาจากหนี้ยาเสพติด 10 ล้านบาท ก่อนที่ตำรวจจะคุมตัวนายสันติ ส่งเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร หลังฝากขังต่อศาลผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ พร้อมยื่นคัดค้านประกันตัว เพราะเกรงว่าจะหลบหนี

 

 

ช่วงสายวันนี้ พนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้นำตัวนายสันติ ศุภอภิรดีไพลิน หรือหยาง อายุ 35 ปี ผู้ต้องหา "ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา" มาสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมฝากขังต่อศาลอาญา ผ่านระบบวีดีโอคอนเฟอเรนซ์ โดยตำรวจได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกกรรจ์ และอัตราโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี ก่อนคุมตัวไปส่งเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร หลังจาก นายสันติ เข้ามอบตัว กับตำรวจ ที่บ้านอรุโณทัย อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา
 
โดยคดีนี้ นายสันติ ตกเป็นผู้ต้องหาก่อเหตุฆาตกรรม น.ส.พจนีย์  หรือมี่ อายุ 35 ปี และ นายประเสริฐ อายุ 32 ปี สองสามีภรรยาชาวไทย ซึ่งฝ่ายหญิงกำลังตั้งครรภ์ พร้อมกับนำร่างผู้ตาย ใส่ท้ายรถยนต์ จอดทิ้งไว้สถานีรถไฟฟ้าเถาหยวน ประเทศไต้หวัน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา ก่อนหลบหนีมายังประเทศไทย       

จนกระทั่งถูกกดดันจากหลายฝ่ายจนเข้ามอบตัวที่ จ.เชียงใหม่ เมื่อวานนี้ (17 มิ.ย.) ก่อนที่ตำรวจจะนำตัวเข้ามากองปราบฯ ที่กรุงเทพฯ โดยพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำนายสันติ ตลอดทั้งคืน และเพิ่งนำตัวลงมาที่ห้องคุมขังเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยไม่พบว่ามีญาติมาติดต่อ หรือเข้าเยี่ยม  

จากการสอบปากคำตลอดทั้งเมื่อคืนนี้ ในที่สุดนายสันติ ผู้ต้องหา ยอมเปิดปากให้การยอมรับว่า ตนเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทำให้สองสามีภรรยาเสียชีวิตจริง แต่ปฎิเสธว่าไม่ได้เป็นคนลงมือฆ่า โดยรับว่าในวันเกิดเหตุ ตนเองเป็นคนนัดให้สองสามีภรรยาไปพบกลุ่มมาเฟียชาวไต้หวัน เพื่อเคลียร์เรื่องหนี้สินยาเสพติด ที่ตนเองได้ร่วมกันลงทุนค้ายาเสพติด แต่อ้างว่าเก็บเงินจากลูกค้าไม่ได้ จนเกิดมีปากเสียงกันอย่างรุนแรง กลุ่มมาเฟียไต้หวันจึงลงมือฆ่าทั้งสองคน จากนั้นก็มีหน้าที่นำศพสองสามีภรรยาใส่ท้ายรถ และขับไปจอดทิ้งไว้ที่ริมทางรถไฟ ก่อนที่ตัวเองจะบินกลับมาที่ประเทศไทย

สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับยาเสพติดตำรวจยังไม่ได้ปักใจเชื่อ เพราะเป็นคำกล่าวอ้างของผู้ต้องหาที่จะพูดอะไรก็ได้ และการขยายผลเรื่องยาเสพติด ตำรวจไทยไม่สามารถเข้าไปสืบสวนได้ เป็นอำนาจของตำรวจไต้หวัน แต่เชื่อว่าเรื่องนี้อาจเป็นเพียงคำกล่าวอ้างของผู้ต้องหา เพื่อให้มีเหตุจูงใจในการลงมือเท่านั้น

ส่วนเรื่องที่มีกระแสข่าวว่า นายสันติ ขัดแย้งกับผู้ตาย เรื่องการส่งแรงงานไปทำงานที่ไต้หวัน ตรงนี้จากข้อมูลที่สอบปากคำนายสันติ ยังไม่พบว่าถึงกับขัดแย้งกัน แต่นายสันติ ยอมรับเพียงว่า ได้ทำธุรกิจที่เกี่ยวกับแรงงานจริง
 
นอกจากนี้ ตำรวจจะได้เร่งสอบสวนขยายผลถึงกรณีที่นายสันติ เดินทางเข้ามาในไทย และหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้านก่อนจะมอบตัว ว่า มีบุคคลใดคอยให้การช่วยเหลือหรือไม่ เรื่องนี้อยู่ระหว่างสืบสวน หากพบข้อมูลว่าใครช่วยเหลือก็ต้องดำเนินคดีด้วย 

ด้าน​พันตำรวจเอกเอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการปราบปราม เปิดเผยถึงการดำเนินคดีกับ นายสันติ ว่า จากหลักฐานที่ได้รับมาจากตำรวจไต้หวัน คนละเรื่องกับที่นายสันติให้การ 

ล่าสุด เจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบหาความเชื่อมโยงกับขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ ที่มีผู้เกี่ยวข้องเป็นชาวไต้หวัน ชื่อนายปัน ที่ถูกทางการไทยจับกุม นำโดยชุดของ พลตำรวจเอก รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. และเจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามยาเสพติด เข้าจับกุมเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ที่ผ่านมา สามารถจับกุมผู้ต้องหาก็คือนายปัน ชาวไต้หวัน และแฟนสาวชาวไทย และสามารถยึดของกลางเป็นสารเสพติดเมทแอมเฟตามีน น้ำหนักประมาณ 200 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในรูปปั้นโมอาย ที่บริเวณลานจอดรถ ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ขณะผู้ต้องหากำลังเตรียมส่งรูปปั้นดังกล่าวที่มียาเสพติดซุกซ่อนอยู่กลับไปที่ประเทศไต้หวัน  

ซึ่งประเด็นนี้ ทีมข่าวได้สอบถามไปยัง นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ให้ข้อมูลว่า หลังที่สื่อมีการนำเสนอเรื่องนี้ ทาง ป.ป.ส. ได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่เร่งหาข้อมูล เพื่อตรวจสอบว่า นายสันติ ผู้ต้องหาคดีฆ่าสองสามีภรรยาที่ไต้หวัน และแก๊งมาเฟียที่มีการกล่าวอ้างถึง จะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือข่ายขนยาเสพติดข้ามชาติชาวไต้หวัน ที่ถูกทางการไทยจับกุมไปก่อนหน้านี้หรือไม่ เพื่อขยายผลในคดีต่อไป 


โดยพบว่าคดีนี้มีผู้ร่วมก่อเหตุอย่างน้อย 3 คน คือ นายสันติ และลูกน้องอีก 2 คน โดยนายสันติ เป็นหัวหน้าที่ว่าจ้างให้ลูกน้อง 2 คน ลงมือฆาตกรรม มีภาพวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ได้ค่อนข้างชัดเจน แต่ยังไม่ได้รับข้อมูลว่าผู้ที่ร่วมลงมืออีก 2 คน เป็นใคร สัญชาติใด 

ส่วนปมเหตุเป็นเรื่องของหนี้สินที่ไปเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ายาเสพติด แต่ข้อมูลดังกล่าวเป็นคำกล่าวอ้างของผู้ต้องหาที่ต้องตั้งเป็นสมมุติฐานไว้ อยู่ ระหว่างรอการพิสูจน์ข้อเท็จจริง

ส่วนการดำเนินคดีหลังจากนี้ ตำรวจไทยและไต้หวันจะแยกกันดำเนินคดี ไม่จำเป็นต้องส่งผู้ต้องหาไปให้อีกประเทศดำเนินการ โดยจะแบ่งปันข้อมูลทางการสืบสวน พยานหลักฐานต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ต่อการดำเนินคดีในประเทศของตนเอง 

โดยส่วนของไทยขณะนี้ได้รับหลักฐานเป็นผลตรวจที่เกิดเหตุ , แผนที่เกิดเหตุ , ภาพเคลื่อนไหวต่าง ๆ , ผลตรวจ DNA และหมายจับจากอัยการของไต้หวัน ซึ่งเพียงพอที่จะใช้ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาได้ ส่วนที่จะทำให้คดีนี้สมบูรณ์ ยังขาดเพียงผลการสอบปากคำพยานแวดล้อมต่าง ๆ ที่จะประสานความร่วมมือแลกเปลี่ยนกันต่อไป

ซื้อคูปองบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่น หวั่นถูกเท หลังร้านปิดไม่แจ้งล่วงหน้า

ตกงาน-จบใหม่ รีบลงทะเบียนทำงานร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษาฯ

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ