กรณีแก๊งทวงหนี้ รุมทำร้าย นายเรือง อายุ 70 ถึงที่บ้านจนได้รับบาดเจ็บปากแตกเย็บ 3 เข็ม ตาซ้ายบวมปูด ลำตัวฟกช้ำ และเป็นแผลตามแขนขาหลายจุด หลังไปทวงหนี้ภรรยาของ นายเรือง แล้วไม่พบ จึงมีปากเสียงวิวาทและทำร้ายร่างกายกัน เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม
วันนี้ (31 ก.ค.65) ลุงเรือง พร้อมภรรยา และนายเอก ลูกเขย เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.บวรรชต มายะลา สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองลำพูน เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม โดยลุงเรือง เปิดเผยว่า ตอนนี้ตนและภรรยายังหวาดกลัว และรู้สึกไม่ปลอดภัย
จนต้องไปขออาศัยอยู่กับญาติ จึงอยากขอให้ตำรวจดำเนินคดีกับแก๊งทวงหนี้กลุ่มนี้ ให้ถึงที่สุด
ด้านฝ่ายของแก๊งเงินกู้ นายแบงค์ก กับ นายน็อต เดินทางมาให้ปากคำกับตำรวจด้วยเช่นกัน โดยทั้งสองให้การว่าติดต่อภรรยาของ ลุงเรือง ซึ่งเป็นลูกหนี้ แต่ไม่รับโทรศัพท์ จึงตัดสินใจไปหาที่บ้าน และยืนเรียกอยู่หน้าบ้านขณะนั้นลุงได้เปิดประตูบ้านมาไม่รู้ว่าอารมณ์เสียมาจากไหนชกนายแบงค์ จนเกิดเหตุวิวาทขั้น
นายแบงค์ ระบุ ก่อนหน้านี้ภรรยาลุงเรืองกู้เงินไป 5 พันบาท โดยผ่อนจ่ายวันละ 250 บาท ซึ่ง ลุงเรืองเป็นคนค้ำประกันให้ภรรยาเพื่อนำไปจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้อีกกลุ่มหนึ่ง ทำให้ลุงกับป้ารู้จักตนทั้งสองคนเป็นอย่างดี ที่ผ่านมาไม่มีปัญหาอะไร แต่วันเกิดเหตุตนทั้งสองได้ไปเคาะประตูบ้านเรียกป้าปกติ แต่พอลุงเปิดประตูบ้านก็ชกเข้าใส่ก่อน จึงตอบโต้กลับ ขอยืนยันว่าถูกทำร้ายก่อน และจะแจ้งความเอาผิดกับลุงเรือง และลูกเขยด้วย
ด้าน พ.ต.ต.บวรรชต มายะลา สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองลำพูน ให้ข้อมูลว่า หลังจากที่ได้สอบปากคำทั้งสองฝ่าย เบื้องต้นแจ้ง 3 ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ บุกรุกเคหะสถาณยามวิกาล และทวงหนี้นอกเวลาตามที่กฎหมายกำหนดกับนายแบงค์ และนายน็อต ส่วนกรณีที่ทั้งสองจะแจ้งความลุงเรือง กับนายเอกลูกเขยก็สามารถทำได้