ตร.ยันหลักฐานครบคดีดาราสาวถูกล่วงละเมิด คาดสื่อสารผิดพลาด

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ความคืบหน้ากรณีหลานอดีตรัฐมนตรีล่วงละเมิดทางเพศดาราสาววัย 21 ปี ล่าสุดทนายตั้ม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่าผู้ก่อเหตุรายนี้จะโดนดำเนินคดี 8 ข้อหนัก ขณะเดียวกันก็ยังมีข้อสงสัยทางคดี หลังผู้เสียหาย แจ้งหลักฐานสำคัญหายไปจากสำนวน

ภายหลังพาผู้เสียหายเข้าพบพนักงานสอบสวน สน.โชคชัยเพื่อตรวจสอบสำนวนทางคดีกรณีหลานอดีตรัฐมนตรีล่วงละเมิดทางเพศนักแสดงสาววัย 21 ปี วันนี้ 26 ส.ค. 2565 นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชน ได้ให้ข้อมูลว่า มีหลักฐานสำคัญเป็นข้อความการสนทนาระหว่างผู้ก่อเหตุกับผู้เสียหาย ได้สูญหายไปจากสำนวน โดยตำรวจอ้างว่าไม่ทราบว่าหายไปได้อย่างไร ยังหาไม่เจอ จึงทำให้ไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะขอให้ศาลออกหมายจับผู้ต้องหาได้

โดยหลักฐานสำคัญชิ้นดังกล่าว ชี้ให้เห็นว่าผู้ก่อเหตุได้ยอมรับว่ามีการขืนใจและให้ผู้เสียหายกินยาบางชนิดจริง ซึ่งหลังจากนั้นผู้ก่อเหตุพยายามยกเลิกข้อความการสนทนาเพื่อทำลายหลักฐาน แต่ผู้เสียหายแคปเก็บไว้ได้ทัน เช่น “หลังจากเมาน้องกับพี่คงมีอะไรกัน แต่ป้องกันแน่นอน” หรือข้อความที่ผู้เสียหายไลน์กลับไปถามว่า “พี่เอายาอะไรให้หนูกิน” ผู้ก่อเหตุตอบว่า “ยาคุมครับน้อง”

ผู้เสียหายจึงถามกลับไปว่า “ถ้าพี่เมาไม่ได้สติ จะเอายาให้หนูกินได้ไง”และอีกข้อความสำคัญที่ฝ่ายชายมีการยอมรับว่าทำไปแบบผู้เสียหายไม่สมยอมจริง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้

ด้านผู้เสียหาย ยอมรับว่า กังวลใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น เนื่องจากมีผู้โทรศัพท์เข้ามาข่มขู่ว่าจะดำเนินคดีกลับ หากมีการพาดพิงทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเสียหาย แต่ก็ พร้อมเดินหน้าสู้สุดตัว หวังทวงคืนความเป็นธรรมและศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงคืนมา

ทีมข่าวพีพีทีวีสอบถามไปยัง พ.ต.อ.พรทวี สมวงศ์ ผกก.สน.โชคชัย ได้รับการยืนยันว่า หลักฐานไม่ได้หายไปไหน ยังอยู่ครบทุกอย่างแต่อยู่ในระหว่างรวบรวมหลักฐานในชั้นพนักงานสอบสวน  โดยเรื่องดังกล่าวเกิดจากความเข้าใจผิดและหวาดระแวงของผู้เสียหาย

ส่วนเรื่องที่ตำรวจโทรศัพท์ไปหาผู้เสียหายนั้น เป็นการเตือนให้ระมัดระวังการให้สัมภาษณ์ แต่ไม่ได้มีเจตนาจะเอาผิดผู้เสียหายอยู่แล้ว

โดยในวันจันทร์ที่ 29 สิงหาคม ตำรวจจะออกหมายเรียกให้ก่อเหตุมารับทราบข้อกล่าวหา หากยังไม่มาก็จะออกหมายจับต่อไป

ล่าสุดมีรายงานว่า ญาติของผู้ก่อเหตุแจ้งว่า หลานชายจะเดินทางไป สน.โชคชัย เพื่อนำหลักฐานไปชี้แจงแสดงความบริสุทธิ์ และขอท้าฝ่ายหญิงให้ไปดื่มน้ำสาบานที่วัดพระแก้ว แต่ไม่รู้ว่าฝ่ายหญิงจะกล้าหรือไม่ ถ้าหลานชายผิดก็ต้องรับผิด หากฝ่ายหญิงผิดก็ว่าไปตามผิด เนื่องจากที่ผ่านมาหลานชายเป็นคนดี ไม่เคยมีประวัติด่างพร้อย

ด้านทนายษิทรา ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ผู้ต้องหาจะต้องถูกดำเนินคดี 8 ข้อหาหนัก เช่น ปลอมปนอาหารและเครื่องดื่ม ข่มขืนกระทำชำเรา กระทำอนาจาร เพิ่มโทษพ่วงไปอีกเพราะตอนก่อเหตุเหยื่ออยู่ในสภาวะที่ไม่สามารถรู้ผิดชอบ เป็นต้น

ส่วนการท้าให้ไปสาบานที่วัดพระแก้วนั้น ทนายษิทรา ระบุว่า น้องผู้เสียหายรับคำท้านะครับ นัดเวลา สถานที่มาได้เลย"

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ