ภาพจากการกล้องวงจรปิดที่บันทึกภาพคนร้ายคลุมศีรษะปิดบังใบหน้า สวมใส่ถุงมือ ถุงเท้า ปีนกำแพงวัด เข้ามาในบริเวณวัดสัมพันธวงศารามวรวิหาร กรุงเทพมหานคร ก่อนตัดกุญแจ แล้วงัดประตูเข้าไปในพิพิธภัณฑ์ คุณแม่บุญเรือน แล้วใช้คีมตัดกุญแจสายยู งัดประตูเข้าไป งัดแงะตู้ ลักเอาพระเครื่องของมีค่าจำนวนหลายรายการ ใส่ในถุงขนาดใหญ่แล้วแบกหลบหนีโดยปีนกำแพงวัดออกไป เมื่อกลางดึกวันที่ 19 สิงหาคม ที่ผ่านมา
โดยทรัพย์สินที่คนร้ายขโมยไป ประกอบด้วย พระพุทธโธน้อย จำนวน 50 องค์ มูลค่าองค์ละ 65,000 บาท พระพุทธรูปรัชกาล จำนวน 2 องค์ ราคาองค์ละ 80,000 บาท พระรัตนะ ราคา 40,000 บาท พระเครื่องหลวงปู่แหวนเลี่ยมทอง ราคา 20,000 บาท พระเครื่องหลวงปู่แหวน ราคา 4,000 บาท รวมมูลค่ากว่า 5.8 แสนบาท
ภายหลังตำรวจ สน.พลับพลาไชย 2 ได้รับแจ้งความและติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุ พร้อมรวบรวมหลักฐานจากกล้องวงจรปิด จนทราบว่า คนร้ายได้ใช้เส้นทางเข้าตรอกซอกซอย หลบเลี่ยง ขึ้นรถหลายทอด และเดินทางหลบหนีไป จ.แพร่ จนสามารถพิสูจน์ทราบว่า คนร้ายคือ นายทวีสิทธิ์ เมธา อายุ 58 ปี ชาว ต.บ้านหนุน อ.สอง จ.แพร่ พนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติหมายจับ ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้
ล่าสุด วันนี้ พ.ต.อ.พนม เชื้อทอง ผกก.สน.พลับพลาไชย 2 ได้ประสานงานกับสถานีตำรวจภูธรสอง จังหวัดแพร่ ลงพื้นที่จนพบตัว นายทวีสิทธิ์ เมธา ผู้ต้องหา ขณะนอนหลับอยู่ในกระต๊อบในไร่อ้อย ต.บ้านหนุน อ.สอง จังหวัดแพร่
โดยผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้เข้าไปลักเอาทรัพย์ในวัดจริง ก่อนนำตัวมาสอบ พร้อมนำชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพด้วยสำนึกผิด และได้กราบขอขมาสำนึกผิดต่อหุ่นขี้ผึ้งคุณแม่บุญเรือน ภายในพิพิธภัณฑ์ เมื่อได้ทรัพย์สินไปแล้ว ได้ไปนั่งปล่อยเช่าให้กับคนทั่วไปที่บริเวณคลองหลอด ได้เงินมา 70,000 บาท แล้วนำไปใช้จ่ายเที่ยวเตร่จนหมด จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า "ลักทรัพย์ในสถานที่บูชาสาธารณะในเวลากลางคืน โดยผ่านสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองทรัพย์โดยทำประการใด เพื่อไม่ให้เห็นหรือจำหน้าได้"
พ.ต.อ.พนม เปิดเผยว่า ขอประชาสัมพันธ์ให้กับผู้ที่เช่าพระจากผู้ต้องหา นำส่งคืนให้กับทางวัด หรือ ติดต่อกับทาง ทีมสืบสวนสอบสวน สน.พลับพลาไชย 2 ที่กำลังติดตามทรัพย์สินดังกล่าวคืนให้กับทางวัด เพื่อนำไว้ในพิพิธภัณฑ์ ต่อไป