วันนี้ 19 ก.ย. 2565 ทีมข่าวพีพีทีวี ขออนุญาตญาติผู้ก่อเหตุ ขับรถเข้าไปบริเวณอู่ซ่อมรถ ซึ่งภายในมีบ้าน 3 หลัง เป็นเครือญาติกัน แต่หลังอื่นๆ ปิดเงียบ เหลือเพียงหลังที่ทีมข่าวเข้าไปสอบถาม มีคนอยู่ 3 คน เป็นคุณยาย 2 คน ที่คนนึงป่วยติดเตียง และอีกคนต้องใช้ไม้เท้าค้ำเวลาเดิน และมีชายวัยกลางคนอีกคน ที่เดินขากะเผลก สองคนที่พอสื่อสารกับทีมข่าวได้ ยอมรับว่าเป็นญาติกับนายพีช หนึ่งในผู้ก่อเหตุ แต่ปฏิเสธไม่ทราบเรื่องราวที่เกิดขึ้น
และไม่ทราบพฤติกรรมของกลุ่มนี้ เพราะอยู่คนละบ้านกัน และต่างคนต่างอยู่ รวมถึงไม่เคยเห็นน้องเขียดมาที่บ้านหลังนี้
โดยจังหวะที่ทีมข่าวไปถึง ตอนแรกไม่ได้ลงจากรถ เนื่องจากถูกหมาเกือบสิบตัวมารุมเห่า และยังมีหมาอีกหลายตัวที่ยืนเฝ้าคนแปลกหน้าอยู่ห่างออกไป จนคุณยายยืนยันว่า หมาไม่กัด และให้ลงไปพูดคุย เพราะอยู่ไกล ไม่ได้ยินเสียง ผู้สื่อข่าวจึงเดินลงไปคุย หมาหลายตัวก็ผลัดกันเข้ามาดมๆ ใกล้ๆ ไม่กัด แต่ยังเห่าใส่ตลอดเวลาที่พูดคุย
หมาหลายสิบตัวที่ถูกเลี้ยงแบบเปิด บริเวณบ้าน 3 หลังนี้ ทำให้น้าชายของน้องเขียด ผู้เสียชีวิต เชื่อว่า เป็นไปได้ยาก ที่น้องเขียด จะสามารถเข้าไปขโมยทองและเงินสดของนายแบล็ค ได้ถึงในบ้าน โดยที่เจ้าของบ้านไม่รู้เห็น
น้าชายของผู้เสียชีวิต ยังบอกอีกว่า หนึ่งในกลุ่มผู้ก่อเหตุ คือนายพีช แท้จริงแล้วก็เป็นลูกพี่ลูกน้องกับผู้เสียชีวิต รวมถึงนายแบล็ค เจ้าของอู่ เป็นเครือญาติกัน จึงไม่คิดว่าจะมีการทำร้ายรุนแรงจนถึงชีวิต ซึ่งปมเหตุที่แท้จริง ตนเองยังไม่ปักใจเชื่อ ว่ามาจากการลักขโมยจริงหรือไม่ เพราะกลุ่มดังกล่าวก็เคยมีประวัติเรื่องยาเสพติด
ทีมข่าวพีพีทีวี ยังได้พูดคุยกับเพื่อนน้องเขียด ซึ่งเป็นพยานปากสำคัญ เพราะอยู่ด้วยกัน และเห็นเหตุการณ์ตอนน้องเขียดถูกซ้อมรอบแรก พยานรายนี้ เชื่อว่า น้องเขียดไม่ใช่คนขโมยทองจากบ้านหลังดังกล่าว เพราะตอนที่นายเพช มารับน้องเขียดที่บ้านพัก นายเพชบอกกับตนเองว่าทองเพิ่งหายตอนบ่ายสาม แต่น้องเขียด อยู่กับตนเองตลอดทั้งวัน เป็นไปไม่ได้ที่จะไปขโมยทอง โดยเพื่อนเชื่อว่า สาเหตุที่น้องเขียดยอมรับกับกลุ่มนายพีทว่าเป็นคนเอาทองไป เป็นเพราะถูกซ้อมทรมานจนเจ็บและกลัว
คำบอกเล่าของพยานรายนี้ ขัดแย้งกับที่นายพีช หนึ่งในผู้ถูกกล่าวหา ตอบคำถามผู้สื่อข่าวพีพีทีวี ยืนยันว่า ที่พุ่งเป้าไปที่น้องเขียด เพราะเพื่อนน้องเขียดเอง ที่บอกว่าเขียดเคยชวนให้ไปเอาทองที่บ้าน แต่เพื่อนไม่กล้าไปด้วยเพราะกลัว
ประเด็นเรื่องทองคำหนัก 1 บาท และเงิน 3,000 บาท ที่หายไป พ.ต.อ.สุรกิจ อินอ่ำ ผกก.สภ.ห้วยใหญ่ บอกกับผู้สื่อข่าวพีพีทีวี ว่า ทั้งหมดยังไม่มีการยืนยันว่าหายไปจากบ้านของนายแบล็คจริงหรือไม่ หรือใครเป็นคนเอาไป อย่างไรก็ตามปมเหตุจูงใจนี้ไม่มีผลต่อการดำเนินคดี เพราะกลุ่มผู้ก่อเหตุสารภาพว่าลงมือทำร้าย ซึ่งตนเองยืนยันว่าหากหลักฐานไปถึงใครจะดำเนินการทั้งหมด