วันที่ 6 ธ.ค. 2565 นายสันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจสันติบาล เดินทางมาติดตามคดีที่ สน.ทองหล่อ พร้อมตั้งโต๊ะแถลงเคลียร์ทุกข้อสงสัย หลังจากสัปดาห์ที่แล้ว ถูก นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือ นอท CEO กองสลากพลัส แจ้งความดำเนินคดีในข้อหาบุกรุก และหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา โดยเรียกร้องค่าเสียหาย 100 ล้านบาท
โดย นายสันธนะ ชี้แจงตอบโต้ด้วยท่าทีมั่นใจ ขำปนเยาะเย้ย ก่อนจะบอกว่า ที่เรียก 100 ล้าน เอาไปร้อยเดียวก่อน พร้อมควักเงินออกมาจากกระเป๋ากางเกง บอกให้ไปซื้อยานอนหลับ แล้วฝันไปเถอะ คงได้มั้ง 100 ล้าน
ทั้งนี้ หลังจากสอบถามกับพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ทราบว่า ตอนนี้ ยังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา หรือส่งฟ้องศาลในคดีบุกรุก อย่างที่นอท ให้สัมภาษณ์สื่อไว้ มีแต่คดีหมิ่นประมาท ซึ่งตน ก็ไม่เคยระบุชื่อชัดเจนว่า เป็นใคร
นายสันธนะ ยืนยันว่า สำหรับคดีบุกรุก ที่ นายพันธ์ธวัช ให้ทนายความมาแจ้งไว้นั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังรวบรวมพยานหลักฐานอยู่ ซึ่งตนก็มั่นใจในหลักฐานที่มีว่า ไม่ใช่การบุกรุกแน่นอน เพราะก่อนหน้านี้ ตนเคยไปพบนายพันธ์ธวัช ที่สำนักงานแล้ว 3 ครั้ง ตั้งแต่ยังใช้กองสลาก.com เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 2564 เพราะมองว่า ธุรกิจน่าสนใจร่วมลงทุน ซึ่งก็เป็นการพูดคุยธุรกิจด้วยดี มีการทดลองซื้อสลาก โดยมีรูปภาพเป็นหลักฐานทั้งหมด และอีก 2 ครั้งคือวันที่ 14 มิ.ย. 2564
และล่าสุดวันที่ 1 เม.ย. 2565 แต่ภายหลังตรวจสอบพบความผิดปกติเรื่องการเงิน เพราะเจ้าตัว เคยทำธุรกิจร้านขายของชำ แต่กลับมีความร่ำรวย และเหตุใดยังต้องเอารถไปจำนำ ทั้งที่มีธุรกิจเช่นนี้ รวมถึงปมการจ่ายภาษี ที่ยังไม่ชัดเจน และสงสัยว่า ทำไมนายพันธ์ธวัช ถึงเพิ่งมาแจ้งข้อหาบุกรุกตอนนี้ แต่ถึงอย่างไรก็อยากให้แจ้งความสำเร็จ เพราะตนก็พร้อมแจ้งข้อหา แจ้งความเท็จกลับเหมือนกัน
นายสันธนะ ยังบอกอีกว่า สิ่งที่ต้องการตอนนี้ คือ อยากให้เขาเอาเงินไปจ่ายภาษีช่วยชาติ ให้ครบถ้วนถูกต้อง ตอนนี้รวบรวมเอกสารอยู่ เตรียมไปยื่นอธิบดีกรมสรรพากรให้ตรวจสอบ ก่อนฝากไปถามว่า ‘คนดีของประเทศจ่ายภาษีเข้ารัฐเท่าไหร่’
และเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีการติดต่อพูดคุยกับนอทหรือยัง หลังพบว่าสน.ทองหล่อยังไม่ได้แจ้งข้อกล่าวหาคดีบุกรุก นายสันธนะ บอกว่า ยังไม่ได้คุย และไม่อยากคุย เดี๋ยวเอาไปทำเป็นเรื่องอีก แค่นี้ก็เป็นมีมตลกจนถูกคนล้อเลียนหมดแล้ว
ส่วนอีกประเด็นร้อนกับคู่ปรับสุดเดือด อย่าง นายชูวิทย์ กมลวิศิษฐ์นั้น นายสันธนะ บอกว่า ที่ผ่านมาก็แจ้งความมาเรื่อยๆ ในหลายประเด็น อย่างวันนี้ก็เพิ่งเดินทางไปร้องทุกข์กล่าวโทษมา 2 เรื่อง เรื่องแรกคือ ไปร้องกับเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร หลังพบพฤติกรรมของนายชูวิทย์ สร้างความเสียหายต่อสถานที่ราชการ (สภา) และ อีกเรื่อง คือ สงสัยที่ นายชูวิทย์ เข้าถึงข้อมูลทางราชการ เส้นทางการเงินของบุคคลต่างๆ ได้อย่างง่ายดายผิดปกติ โดยยื่นเรื่องไว้กับทางปปง. แล้ว
หลังจากนี้ ก็จะมีการแจ้งความเอาผิดนายชูวิทย์เพิ่มอีก แต่ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่าเป็นเรื่องอะไร ขอชี้แจงในวันพรุ่งนี้ (7 ธ.ค.)ทีเดียว