ความคืบหน้าคดี "แอม" ผู้ต้องหาวางยาฆ่าเหยื่อ เมื่อวานนี้ น.ส.ธันย์นิชา เอกสุวรรณวัฒน์ หรือ "พัช" ทนายความของแอม เดินทางเข้ารับทราบข้อหา ให้คำแนะนำช่วยเหลือในการทำลายพยานหลักฐาน ซึ่งทนายพัช ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา
โดย ทนายพัช กล่าวภายหลังเดินทางรับทราบข้อกล่าวหา ในความผิดมาตรา 184 ฐานช่วยเหลือผู้อื่นมิให้ต้องรับโทษ หรือให้รับโทษน้อยลง
โดยการทำลายซ่อนเร้นพยานหลักฐาน หลังมีการซัดทอดว่าช่วยเหลือในการนำกระเป๋าของ "ก้อย" ผู้ตาย ส่งพัสดุไปให้ น.ส.แก้ว เพื่อนของแอม เพื่ออำพรางคดี โดยเธอเดินทางมากับ นายไชยา คุ้มอ่ำ ทนายความ ซึ่งมาช่วยทำคดี
ทนายพัช ปฏิเสธข้อกล่าวหา บอกว่า ไม่เคยส่งกระเป๋าให้ น.ส.แก้ว และไม่เคยให้คำแนะนำใดๆ ทั้งสิ้น คาดว่าการที่ตัวเองถูกฟ้อง เป็นการเตะตัดขา และพยายามตัดสิทธิไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดีนี้ ซึ่งว่าไม่กังวลเรื่องการสู้คดี และยืนยันว่า ตอนนี้ยังเป็นทนายความหลักให้กับ "แอม"
จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการรับสารภาพจาก "แอม" แต่พบว่ามีการพยายาม บังคับข่มขู่ให้ แอม รับสารภาพ ซึ่งจะมีการฟ้องร้องตำรวจใน พ.ร.บ.อุ้มหาย เพิ่มเติม จากมาตรา 157 และก็อาจจะมีการฟ้องร้องหมิ่นประมาทกับสื่อมวลชนบางสำนักด้วย
ด้าน พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ผู้ต้องหามีพฤติการณ์เกินกว่าการเป็นทนายความและเกินกว่าขอบเขตตามมรรยาททนายความ ส่วนกรณีที่ "ทนายพัช" เตรียมฟ้องกลับใน พ.ร.บ.อุ้มหาย ฐานบังคับขู่เข็ญให้ "แอม" รับสารภาพ
ยืนยันว่า การสอบปากคำ "แอม" ทุกครั้ง ไม่ได้ข่มขู่ หรือบังคับขู่เข็ญ เพราะปัจจุบันตัวของ "แอม" เอง ก็ยังไม่ได้รับสารภาพ ยังปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ซึ่งหากทนายพัช จะฟ้องก็ฟ้องไป เพราะสุดท้ายจะต้องจำนนต่อหลักฐาน พร้อมยังบอกอีกว่า "กฎหมายก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่เวรกรรมก็มีอยู่จริง"
หลังรับทราบข้อกล่าวหา ตำรวจอนุญาตให้มีการปล่อยตัวชั่วคราว เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกันกับ พ.ต.ท.วิฑูรย์ รังสิวุฒาภรณ์ หรือ "รองอ๊อฟ" ที่ถูกตั้งข้อหาเดียวกัน