พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยความคืบหน้าทางคดีผ่านทางโทรศัพท์ โดยระบุว่าจากการประชุมสรุปผลการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดประกอบสำนวนคำให้การของตำรวจทุกนายที่เข้าร่วมงานเลี้ยงและประจักษ์พยานในที่เกิดเหตุ ทำให้สามารถสรุปได้ว่ามีข้าราชการตำรวจที่เข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 และให้การเท็จต่อพนักงานสอบสวนโดยไม่ละอายใจต่อเกียรติภูมิความเป็นตำรวจ
โดยจึงต้องดำเนินคดีกับตำรวจทุกนายที่มีพฤติกรรมกระทำผิด ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีตำรวจที่เข้าข่ายกระทำความผิดรวม 14 นาย เป็นกลุ่มตำรวจที่ไม่ให้การช่วยเหลือพ.ต.ต.ศิวกร สายบัว หรือ สารวัตรแบงค์ และพ.ต.ท.วศิน พันปี รอง ผกก.กก.2 บก.ทล. ที่ถูกยิง
ทั้งนี้รวมถึง พ.ต.อ.กฤษฎาพร จงอักษร ผู้กำกับการ สน.พญาไท จะถูกดำเนินคดีในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 ส่วนข้อหาแจ้งความเท็จหรือให้การเท็จอยู่ระหว่างพิจารณา
ขณะที่ พ.ต.อ.วชิรา ยาวไทยสงค์ ผกก.2 บก.ทล หรือ ผู้กำกับเบิ้ม ก็ถูกดำเนินคดีในข้อหาละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ด้วยเช่นกัน แต่เนื่องจากเสียชีวิตไปแล้วพนักงานสอบสวนจะระบุท้ายสำนวนว่าเสียชีวิตแล้ว
สำหรับ พ.ต.ท.วศิน ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าเป็นหนึ่งในผู้ที่จะถูกแจ้งข้อกล่าวหาฐานแจ้งความเท็จ แต่ล่าสุดจากการตรวจสอบสำนวนคำให้การและภาพวงจรปิดพบว่าคำให้การตรงกันและอยู่ในฐานะผู้เสียหาย จึงไม่ถูกดำเนินคดี
อย่างไรก็ตาม การแจ้งข้อกล่าวหาตำรวจทั้ง 14 นาย เป็นอำนาจหน้าที่ของกองบังคับการตำรวจสอบสวนกลางซึ่ง พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวนกองปราบปราม นำโดย พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ เป็นหัวหน้าชุดในการดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาในครั้งนี้ โดยจะเรียกตำรวจทั้ง 14 นาย มารับทราบข้อกล่าวหาภายในวันนี้