จากกรณีคดีฆ่าโหด โดยชายวัย 35 ปี ก่อเหตุหลอกล่อพ่อและน้องสาวลงกล่องเหล็ก ก่อนคล้องโซ่ล็อกกุญแจและถ่วงน้ำทั้งเป็นจนเสียชีวิตทั้ง 2 คน ซึ่งจากคำให้การของนายวรุตย์ ผู้ก่อเหตุที่ออกมายอมรับว่าก่อเหตุ เพราะแค้นที่พ่อชอบพูดว่าจะตัดพ่อตัดลูก และตัดออกจากกองมรดกนั้น
ล่าสุดนายสมเกียรติ โรจนวรกมล ทนายความ ออกมาให้ข้อมูลว่า เท่าที่ทราบ นายประหยัด ผู้เสียชีวิต ซึ่งเป็นพ่อมีลูก 2 คน คือ ตัวนายวรุตย์ และ นางสาวเพียงเพ็ญ
นักอาชญาวิทยา ชี้ชายก่อเหตุหลอกพ่อ-น้องลงกล่องเหล็ก เป็นโรคบุคลิกภาพต่อต้านสังคม
แต่เมื่อพ่อกับน้องสาวเสียชีวิตแล้ว ทำให้เหลือ นายวรุตย์ เพียงคนเดียว ตรงนี้ก็ถูกตั้งข้อสังเกตว่า ทรัพย์สินมรดกทั้งหมด จะตกเป็นของนายวรุตย์หรือไม่ โดยทนายความบอกว่า ผู้ต้องหาเป็นคนก่อเหตุฆ่าเจ้าของทรัพย์ หรือเจ้าของมรดก ดังนั้นจะต้องกำจัดออกโดยไม่มีสิทธิรับมรดกใดๆ
“ส่วนของคนที่กระทำการฆาตกรรม คือ ฆ่าพ่อกับน้อง โดยหลักของกฎหมายเรียกว่าต้องถูกกำจัดออก ตามกฎหมายเขาบอกว่าต้องถูกกำจัดออก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1606 พูดง่ายๆ ก็คือคนที่ไปฆ่าเจ้าของทรัพย์ เจ้าของมรดก ต้องถูกกำจัดออก เพราะฉะนั้นคนที่เป็นจำเลยในคดี ซึ่งเป็นลูกชายจะถูกกำจัดออก โดยไม่มีสิทธิรับมรดก” ทนายความกล่าว
ทนายความ บอกอีกว่าตามกฎหมายเรียงลำดับชั้นการรับมรดก 6 ชั้น คือ 1.ผู้สืบสันดาน 2.บิดามารดา 3.พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน 4.พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน 5.ปู่ย่าตายาย และ 6.ลุงป้าน้าอา กรณีนี้หากพ่อและน้องสาว ที่เสียชีวิตไม่ได้มีทายาทลำดับอื่นคงเหลือ ญาติในลำดับชั้นการรับมรดก ก็สามารถยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อจัดการมรดกได้
เช็กลิสต์ 18 ศูนย์สอบ ก.พ. แบบ e-Exam ประจำปี 2567
ซูเปอร์คอม ทำนายแชมป์เอเชียน คัพ 2023
เปิดภาพเรนเดอร์-สเปกหลุด iPhone SE 4 มาพร้อมไซส์กะทัดรัด-กล้อง 12MP