เมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา เกิดเหตุ นายพิชิต กลีบจินดา หรือต้น อายุ 44 ปี ซีอีโอเจ้าของธุรกิจสอนนวดแผนไทย ขายอุปกรณ์นวดไทย อุปกรณ์สปา เตียงนวด และตู้อบสมุนไพร เสียชีวิตอย่างเป็นปริศนา แต่คดียังไม่คืบหน้าและญาติพบข้อพิรุธน่าสงสัยหลายจุด
น้องสาวของผู้เสียชีวิตจึงร้องเรียนขอความช่วยเหลือจาก ทนายเดชา กิตติวิทยานันท์ โดยเล่าให้ฟังว่า นายพิชิตมีภรรยาและลูก 3 คน ซึ่งช่วงต้นเดือนภรรยาได้พาลูก ๆ กลับบ้านที่ อ.ยางสีสสุราช จ.มหาสารคาม
เธอเล่าว่า ประมาณ 1 สัปดาห์ก่อนเสียชีวิต นายพิชิตไปกินดื่มที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ตามลำพัง ซึ่งผิดสังเกต โดยเขาบอกว่าไปดูอะไรบางอย่าง จากนั้นระหว่างเดินทางกลับ นายพิชิตถูกคนร้าย 2 คนขี่มอเตอร์ไซค์ตามประกบยิง แต่ไม่โดนกระสุนจึงรอดมาได้ เหตุเกิดในท้องที่ สน.วังทองหลาง
ต่อมาวันที่ 14 เม.ย. ภรรยาของนายพิชิตโทรศัพท์มา บอกให้ไปหาที่ จ.มหาสารคาม นายพิชิตจึงเดินทางด้วยเครื่องบินไปยัง จ.มหาสารคามในวันที่ 15 เม.ย. โดยมีญาติ ๆ มาส่งที่สนามบิน และเดินทางถึงช่วง 2-3 ทุ่ม
ผ่านไปเพียงคืนเดียว เช้าวันที่ 16 เม.ย. เวลาประมาณ 06.00 น. ญาติได้รับแจ้งข่าวว่านายพิชิตเสียชีวิตแล้ว
น้องสาวผู้เสียชีวิตเล่าว่า สภาพศพของนายพิชิตแปลกประหลาด โดยสภาพศพเป็นสีดำ บริเวณใบหน้าเขียวคล้ำ มือหงิกงอ น้ำตาไหลเป็นเลือด โดยแพทย์ลงความเห็นว่าเสียชีวิตจากการเจ็บป่วยที่ไม่ชัดเจน นอกจากนี้ ยังพบว่านายพิชิตทำประกันชีวิตไว้สูงถึง 16 ล้านบาท โดยมีชื่อภรรยาเป็นผู้รับผลประโยชน์
แต่หลังเกิดเหตุ ทางฝ่ายภรรยาได้ประกอบพิธีทางศาสนาและฌาปนกิจศพในวันที่ 19 เม.ย. หรือ 3 วันหลังเกิดเหตุ ซึ่งตนมองว่าเร็วเกินไป ประกอบกับข้อพิรุธต่าง ๆ ข้างต้น จึงตั้งข้อสงสัยว่าการเสียชีวิตของพี่ชายมีเงื่อนงำ และอาจเป็นการฆาตกรรม
อย่างไรก็ตาม ผู้ใหญ่บ้านโพธิ์งาม ต.ดงเมือง อ.ยางสีสุราช จ.มหาสารคาม บอกว่า หลังได้รับแจ้งการเสียชีวิตของนายพิชิต ได้เรียกตำรวจและแพทย์มา และชันสูตรพลิกศพพบว่าเส้นเลือดในสมองแตก และได้รับอนุญาตให้นำศพไปประกอบพิธีทางศาสนาได้
ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง กำลังอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อตรวจสอบว่า คดีลอบยิงในท้องที่ สน.วังทองหลาง และการเสียชีวิตของนายพิชิตที่ จ.มหาสารคาม มีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ โดยจะตามล่าตัวมือยิง 2 คนที่ก่อเหตุให้ได้เสียก่อน
นอกจากนี้ ตำรวจยังไม่ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งเรื่องผู้เสียชีวิตมีรายได้ค่อนข้างมากเมื่อเทียบกับอายุ เรื่องการทำกรมธรรม์ไว้สูง รวมถึงเรื่องขัดแย้งอื่น ๆ ที่อาจเป็นไปได้
ล่าสุดมีรายงานด้วยว่า ญาติ ๆ ได้ทำเรื่องคัดค้านการจ่ายสินไหมกรมธรรม์ให้กับภรรยาของผู้เสียชีวิตแล้ว