"ตฤณห์" มองคดี "แตงโม" มือถือคือหลักฐานสำคัญ มั่นใจคนบนเรือโกหก!

โดย PPTV Online

เผยแพร่

วิเคราะห์คดี "แตงโม" "ตฤณห์" มอง "มือถือ" คือหลักฐานสำคัญ มั่นใจคนบนเรือโกหก! ไม่เชื่อคนจมน้ำโทรหาทนายแทนกู้ภัย

ประเด็นการเสียชีวิตของ “แตงโม ภัทรธิดา” นักแสดงดังกลับมาเป็นที่สนใจของสังคมอีกครั้ง หลังจากที่ พ.อ.นพ.ธวัชชัย กาญจนรินทร์ หรือ “หมอธวัชชัย” หนึ่งในทีมงานของบ้านพระอาทิตย์เดินทางไปยังสหรัฐฯ เพื่อรับโทรศัพท์มือถือที่ “บังแจ็ค” กล่าวอ้างว่าเป็นของ แตงโม และได้รับมาจากแม่ของ แตงโม อย่างถูกต้อง ซึ่งหลังจากที่ หมอธวัชชัย เดินทางมาถึงประเทศไทย ก็ได้กล่าวว่า มีข้อมูลมากมายในมือถือเครื่องนี้

คอนเทนต์แนะนำ
ดีเอสไอ ประชุมนัดแรกคดีแตงโม พร้อมเรียก ”อัจฉริยะ“ ให้ข้อมูลคดี

 

มือถือแตงโม ช่างภาพพีพีทีวี
มือถือแตงโม

ทำให้เกิดคำถามว่ามือถือเครื่องนี้จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการไขคดีของ แตงโม ที่ยาวนานมากว่า 3 ปี ได้หรือไม่

“มือถือ” หลักฐานสำคัญถอดตัวตน “แตงโม”

ดร. ตฤณห์ โพธิ์รักษา นักอาชญวิทยาเชิงพฤติกรรมและจิตวิทยาอาชญากร มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ได้รับการแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาของ DSI สำหรับคดีนี้โดยเฉพาะ กล่าวกับ PPTV ในรายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk ว่า ตนประสานงานและพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญจากต่างชาติเกี่ยวกับรายละเอียดคดีนี้เบื้องต้นแล้ว และกำลังจะคัดแยกคุณภาพของหลักฐานที่มี จัดหมวดหมู่ และส่งเฉพาะบางส่วนให้เขาตรวจสอบก่อน

ในส่วนความสำคัญของมือถือแตงโมกับคดีนี้ ดร. ตฤณห์ กล่าวว่า ต้องดูก่อนว่ามือถือนั้นเป็นของแตงโมจริงหรือไม่ หลังจากนั้นจะศึกษารูปแบบพฤติกรรมเจ้าของเครื่อง เช่น ไปที่ไหนบ่อย ๆ เส้นทางการเดินทาง การใช้ชีวิต รูปแบบการปฏิสัมพันธ์ เช่น การแชต คุยบนโซเชียลมีเดีย ไปจนถึงการค้นหา Google ไปสัก 1 เดือนก่อนหน้า ให้รู้รูปแบบพฤติกรรมของเจ้าของเครื่อง ซึ่งเมื่อศึกษาเรียบร้อยแล้ว จะเชิญผู้เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมนั้น ๆ มาสอบปากคำ

ส่วนรูปภาพที่ถ่ายและปรากฏนั้น เมื่อค้นหาบน Google แล้วจะมีโลเคชันบอกอยู่อย่างละเอียด ต้องดูว่าโลเคชันของมือถือเป็นไปตามแนวเดินเรือของ GPS หรือไม่ อีกทั้งการเปิดโหมดเครื่องบินนั้นแปลก เนื่องจากจะเปิดโหมดเครื่องบินทำไม หากมือถือเราแบตเตอรี่ไม่หมด หรือถ้าไม่ไปด้วยกันนั้นแยกกันตอนกี่โมง ถ้าแยกกันช่วงที่มีคนกล่าวอ้างว่า แตงโม อยู่บนเรือ แต่โทรศัพท์อยู่ที่อื่น ก็ต้องอธิบายให้ได้ว่าเป็นแบบนี้ได้อย่างไร

ดร. ตฤณห์ กล่าวต่อว่า สิ่งที่ได้จากมือถือดังกล่าวนั้นมีความสำคัญหมด อยู่ที่การจัดหมวดหมู่ความสำคัญ เช่น มือถือของคนก่อนเสียชีวิต สิ่งนี้สำคัญอยู่แล้ว เพราะเหมือนเป็นการโคลนนิ่งตัวตนของผู้เสียชีวิตออกมา และเป็นสิ่งสุดท้ายที่มีข้อมูลเกี่ยวกับผู้ตายมากที่สุด จะได้รู้ว่าตัวละครมีเท่านี้หรือมีเพิ่มเติม

วิเคราะห์ความน่าเชื่อถือ “บังแจ็ค” - พฤติกรรมคนบนเรือ

ดร. ตฤณห์ กล่าวว่า “ประวัติ” คือสิ่งที่สามารถวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือของบุคคลนั้นได้ เขาอาจจะมีชื่อเสียงในเรื่องของการหิวแสง หรืออะไรต่าง ๆ ในส่วนของมือถือที่อยู่กับบังแจ็ค วิเคราะห์ได้เบื้องต้นว่า ข้อมูลนั้นแท้ไหม ถูก Transfer มาจากเครื่องอื่นไหม รูปภาพเป็นรูปที่มาจากการถ่ายของเครื่องโดยตรงไหม ซึ่งถ้าเป็นก็จะถือเป็นหลักฐานที่มีคุณภาพ

ดร. ตฤณห์ โพธิ์รักษา นักอาชญวิทยาเชิงพฤติกรรมและจิตวิทยาอาชญากร มหาวิทยาลัยมหิดล รายการคุยข้ามช็อต Exclusive Talk
ดร. ตฤณห์ โพธิ์รักษา นักอาชญวิทยาเชิงพฤติกรรมและจิตวิทยาอาชญากร มหาวิทยาลัยมหิดล

ดร. ตฤณห์ กล่าวต่อว่า ทว่ายังมีข้อสังเกตคือ สื่อให้ข้อมูลมาว่ามือถือของ แตงโม ไปโผล่อยู่ที่ร้านโทรศัพท์มือถือตอนกลางคืนในวันเกิดเหตุ คำถามคือเอาไปทำอะไร ต้องเรียกร้านโทรศัพท์นั้นไปสอบปากคำหรือไม่ ซึ่งขณะนั้นพบว่า กระติก อยู่ใกล้ ๆ กันด้วย และเวลาระหว่างที่ แตงโม ตกน้ำ จนถึงเวลาตี 4 ที่เอาเรือออกมาวิ่งวน ซึ่งสื่อเข้าใจในเวลา 3 ปีก่อนว่านำเรือไปจอดแล้วจบนั้น ไปวนอะไรที่วัด และนำออกมาวนอะไรเป็นชั่วโมง

ในส่วนของ “แซน” คนบนเรือในวันเกิดเหตุที่ถูกมองว่าออกมาเผชิญหน้าอยู่คนเดียวนั้น ดร. ตฤณห์ กล่าวว่า มนุษย์มีไม่กี่อารมณ์ที่จะรู้สึก มนุษย์ที่ไม่ได้ทำผิดจะรู้สึกเหนื่อยหน่าย เบื่อหน่าย โกรธ ที่เขาถูกปรักปรำ แต่มนุษย์ที่ทำผิด จะมีความกลัวปะปนกับความโกรธ ซึ่งอารมณณ์เป็นเรื่องปัจเจกบุคคล วิธีการรับมือกับสิ่งกระทำนั้นขึ้นอยู่กับวุฒิภาวะและลักษณะนิสัย

ฉะนั้น 5 คนเจอเหตุการณ์เหมือนกัน อาจจะตอบกลับไม่เหมือนกันก็ได้ อยู่ที่วุฒิภาวะ เหตุผล และการควบคุมอารมณ์ EQ IQ ความฉลาดด้านอารมณ์ ไปจนถึงระดับสติปัญญา ส่วนตัวมองว่าพฤติกรรมที่แสดงออกมากันนั้นไม่สร้างประโยชน์ ไม่สร้างโทษ ไม่เปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงอะไรเลยจากเมื่อ 3 ปีก่อน

“ตฤณห์” มั่นใจ คนบนเรือโกหก

กรณีหากมีหลักฐานใหม่ว่าการเสียชีวิตของ “แตงโม” นั้นมาจากการฆาตกรรม ดร. ตฤณห์ กล่าวว่า จะเป็นการตอบข้อสงสัยของสังคมว่าวันที่เกิดเหตุนั้นเกิดอะไรขึ้น ตั้งแต่ช่วงออกเรือจนถึงเรือถูกหยุดการใช้งาน ซึ่ง “พิรุธ” คือสิ่งที่ทำให้สังคมสนใจคดีนี้ ถ้าทุกอย่างสอดคล้องกันหมดก็จะไม่มีคำถาม เรียกว่า “สิ้นสงสัย”

แต่กรณีนี้ยังมีข้อที่ยังน่าสงสัยอยู่ ไม่ว่าจะเป็นคำให้การที่ขัดแย้งกับหลักฐานเชิงประจักษ์ หรือหลักฐานทางเทคโนโลยีหรือ CCTV เช่น “กระติก” กล่าวว่า แตงโม ไม่ได้เข้าห้องน้ำ พูดอยู่ 2 ครั้ง และมีคำว่า แตงโม ไม่เข้าห้องน้ำ สาละวนอยู่กับการใช้โทรศัพท์ แต่ก็มีพยานที่เป็นเจ้าของร้านบอกว่า แตงโม เข้าห้องน้ำเสร็จแล้ว และมีโอกาสถ่ายรูปกับ แตงโม หน้าห้องน้ำ จุดนี้ก็ขัดแย้งกันแล้ว และการโกหกนั้นไม่ใช่ว่าอ้างว่าจำไม่ได้ เมื่อ 3 ปีก่อนเขามั่นใจในการให้ปากคำมาก

ดร. ตฤณห์ กล่าวต่อว่า การไม่อายัดเรือ หรือการไม่ควบคุมตัวมาตรวจร่างกาย แยกสอบสวนทันที เป็นช่องว่างในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ส่วนตัวหวังว่านี่จะเป็นคดีสุดท้ายที่เมื่อเกิดเหตุไม่ทราบที่มาที่ไป ควรจะตรวจสอบพยานทั้งหมด และตรวจร่างกายด้วย ต้องเป็นการบังคับ

นอกจากนี้ หากเพื่อนตนตกน้ำจะโทรหาตำรวจ โทรหากู้ภัย ไม่โทรหาทนาย สิ่งนี้ตนก็สงสัย บนเรือเกิดอะไรขึ้นกันแน่ มีการทำผิดกฎหมายบนเรือหรือไม่ ทำไมจึงโทรหาทนาย ไทม์ไลน์ที่เล่าในแต่ละวันมีรายละเอียดงอกเพิ่มขึ้นมาตลอด จากประสบการณ์ของตน การเพิ่มรายละเอียดจะเกิดขึ้นเฉพาะคนสร้างเรื่องขึ้นมา ข้อเท็จจริงที่ละเอียดกที่สุดจะมาจากหลังเกิดเหตุการณ์ใหม่ ๆ เป็นความทรงจำระยะสั้น จะละเอียดที่สุด ไม่ใช่ว่าผ่านไป 2-3 ปีแล้วนึกได้ว่าเกิดเหตุการณ์นี้ด้วย

ดร. ตฤณห์ ทิ้งท้ายว่า ส่วนตัวคิดว่า คนบนเรือโกหก มากน้อยแค่ไหนตนจะทำรายละเอียดอีกที

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ