จากเหตุการณ์กลุ่มคนร้าย ดักซุ่มยิงตำรวจ สภ.ยะรัง ขณะขับขี่รถจักรยานยนต์สายตรวจปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 2 นาย ทราบชื่อ 1.จ.ส.ต.เดโช เขียวแก้ว อายุ 35 ปี และ 2.ส.ต.ต.ทรงชัย จันทรภาพ อายุ 23 ปี ทั้งคู่ มีตำแหน่ง ผบ.หมู่ ป้องกันและปราบปราม สภ.ยะรัง เหตุเกิดภายในซอยหลังสถานตรวจสภาพรถ ตรอ. หมู่ 3 ต.ยะรัง อ.ยะรัง จ.ปัตตานี เมื่อคืนกลางดึกของวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา
ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 20 ก.พ. 2568 ทางเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด พร้อมด้วยชุดพิสูจน์หลักฐาน และ พนักงารสอบสวน สภ.ยะรัง ได้เข้าพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนหลายสิบปลอกตกเกลื่อนในที่เกิดเหตุ จากการตรวจสอบพบ ปลอกกระสุนปืน 4 ชนิดปะกอบด้วย อาวุธปืนสงคราม ขนาด AK 47 ปลอกกระสุนปืนพกสั้นขนาด 9 มม. ปลอกกระสุนปืนขนาด .22 และ ปลอกกระสุนปืนขนาด 5.56 เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบสวนถึงพฤติการณ์ของคนร้าย ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ คนร้ายจำนวน 4 คน พร้อมอาวุธครบมือ ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะจำนวน 2 คัน ขับมาจอดไว้ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร ก่อนที่คนร้าย จะอาศัยความมืดเดินเข้ามาในป่าข้างทาง ก่อนที่จะหลบซ่อนตัวอยู่บริเวณทางโค้งของถนน เพื่อดักซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ ซึ่งเชื่อว่าคนร้ายได้เฝ้าติดตามพฤติการณ์จองเจ้าหน้าที่ดังกล่าวว่ามักจะใช้เส้นทางนี้ในการปฏิบัติหน้าที่ เป็นประจำ คนร้ายจึงได้รออย่างใจเย็น
เมื่อเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 นาย ขับขี่รถจักรยานยนต์สายตรวจ มาถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นทางโค้ง จึงได้ชะลอความเร็วลง คนร้ายจึงฉวยโอกาสขณะนั้น ใช้อาวุธปืนสงครามและ อาวุธปืนพกสั้นกระหน่ำยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจทันที ทำให้รถจักรยานยนต์ล้มลง และเจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ ก่อนที่คนร้ายจะวิ่งเข้ายิงซ้ำ จนแน่นิ่งทั้งคู่ คนร้ายจึงได้ฉวยโอกาสขโมยปืนพกสั้นของเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 นายไปด้วย จำนวน 2 กระบอก ก่อนจะหลบหนีไป แต่เนื่องจากว่า จุดเกิดเหตุห่างจากสถานีตำรวจภูธรยะรังไม่ถึง 500 เมตร ทำให้เจ้าหน้าที่ได้ยินเสียงปืนอย่างชัดเจน จึงได้นำกำลังเข้าไปช่วยเหลือในทันที เมื่อไปถึงพบว่า คนร้ายได้หลบหนีไปแล้ว จึงได้เร่งช่วยเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 นาย เร่งนำตัวส่งโรงพยาบาลแต่ก็พบว่าเสียชีวิตแล้ว
หลังเกิดเหตุ ทางด้านพ.ต.อ.วรินทร์ วันธงชัย ผกก.สภ.ยะรัง ได้วิทยุด่วนแจ้งเจ้าหน้าที่ทุกพื้นที่ตั้งจุดตรวจสกัด เพื่อสกัดตัวคนร้ายที่ก่อเหตุ พร้อมทั้งเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามพื้นที่ต่าง ๆ ทั้งจากบ้านเรือนของชาวบ้าน กล้องวงจรปิดที่ติดตามเสาไฟฟ้า ตามเส้นทางที่คาดว่าคนร้ายใช้ในการก่อเหตุและหลบหนี ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งในที่เกิดเหตุ และ พยานแวดล้อมทั้งจากภาพวงจรปิด เพื่อเชื่อมโยงหากลุ่มคนร้ายต่อไป ส่วนสาเหตุเชื่อว่าเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ในการทำร้ายเจ้าหน้าที่ เพื่อสร้างสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่
จาการวิเคราะห์การก่อเหตุของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั่งแต่ต้นปีที่ผ่านมา รูปแบบการก่อเหตุของคนร้ายได้หันมาปรับเปลี่ยนการใช้ยุทธวิธีการก่อเหตุในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการผูกระเบิดไว้ใต้ท้องรถของเจ้าหน้าที่ การวางระเบิดแบบเร่งด่วนตามด่านตรวจ การใช้รถจักรยานยนต์ประกอบระเบิด การยิงลูกระเบิดและขว้างไปบอมบ์ และล่าสุด ใช้วิธีการซุ้มยิง โดยพบว่า เป้าหมายเป็นเจ้าหน้าที่ทั้งหมด ซึ่งการก่อเหตุในหลายรูปแบบนี้ ทำให้เจ้าหน้าที่ยากต่อการป้องกัน แม้จะเพิ่มมาตรการป้องกันแล้วก็ตาม