เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 1 พฤษภาคม 2568 พ.ต.ท.บุญช่วย ร่วมสมัคร สว. (สอบสวน) สน.บางมด รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายกัน ภายในที่เกิดเหตุมีผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 ราย ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นภายในซอยแห่งหนึ่ง แขวงจอมทอง เขตจอมทอง กรุงเทพมหานคร จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และแพทย์เวร รพ.ศิริราช เร่งรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุทันที
ที่เกิดเหตุ เป็นแฟลต ที่ชั้น 1 พบศพ นางสาวปุณยวีร์ อายุ 30 ปี เสียชีวิตในสภาพนอนหงาย แพทย์เวรตรวจสอบเบื้องต้นพบบาดแผลถูกแทงด้วยของมีคมทั่วลำตัวไม่ต่ำกว่า 10 แผล
ส่วนผู้ก่อเหตุ คือ นายยุทธเนศ อายุ 27 ปี สามี ได้หลบหนีไป
จากการสอบถาม นายสยาม อายุ 32 ปี พี่ชายผู้เสียชีวิต เล่าว่า เดิมที่น้องสาวไปทำงานรับจ้างที่ จังหวัดพัทลุง ก่อนจะย้ายมาอยู่ที่แฟลตที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นแฟลตเดียวกับที่ตนพักอยู่ แต่อยู่คนละห้องกัน โดยผู้ตายมาอยู่ได้ประมาณ 3 สัปดาห์ โดยอยู่ร่วมกับแฟนหนุ่มผู้ก่อเหตุและลูกสาว อายุ 6 ขวบ ซึ่งเป็นลูกติดของผู้ตาย
ส่วนในช่วงเวลาเกิดเหตุ ตนออกไปทำงานแต่ แฟนสาวเล่าให้ฟังว่าผู้ตายเดินร้องไห้มา แล้วนำลูกสาว อายุ 6 ขวบ มาฝากไว้กับแฟนสาว โดยกล่าวสั้น ๆ เพียงว่า “ฝากไว้ซักครู่” แล้วเดินกลับไปยังห้องพัก ส่วนแฟนสาวพาเด็กออกไปซื้อของ แล้วกลับมาพบว่า นางสาวปุณยวีร์ โดนแทงเสียชีวิตแล้ว
นายสยาม ยังกล่าวต่ออีกว่า ตนไม่ทราบว่าทั้งคู่คบกันมานานหรือยัง และไม่รู้ว่าทั้งคู่มีปัญหาอะไรกัน จนนำมาสู่เหตุการณ์ในครั้งนี้
ส่วนทางด้าน นายมณี เพื่อนบ้านข้างห้อง เล่าให้ฟังว่า ช่วงเวลาเกิดเหตุ ตนพักผ่อนอยู่ในห้องพัก ก่อนจะได้ยินเสียงโครมครามภายในห้องพักของผู้ตาย ตนจึงเปิดประตูออกมาดู และเห็นผู้ตายออกมาจากห้องพักและลมลงนอนอยู่หน้าห้องพักหายใจรวยริน ก่อนร้องขอความช่วยเหลือ โดยในขณะเดียวกันผู้ก่อเหตุอาศัยช่วงชุลมุนวิ่งหลบหนีออกจากห้องพักไป
ทั้งนี้จากการสอบถามพยานในที่เกิดเหตุทราบว่า ผู้ก่อเหตุดื่มเหล้าเป็นประจำ แต่ไม่พบพฤติกรรมเสพยา
ส่วนทางด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจพบมีดพก ความยาวประมาณ 30 เซนติเมตร และปลอกใส่มีดที่ใช้ก่อเหตุ อยู่ในถังขยะ ห่างจุดเกิดเหตุราว 100 เมตร
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และชาวบ้านปูพรมค้นหา ผู้ก่อเหตุจนพบตัว ผู้ก่อเหตุแอบหลบซ่อนอยู่หลังกองขยะในพื้นที่รกร้างห่างจากที่เกิดเหตุราว 200 เมตร โดยมีอาการคล้ายคนเมา ก่อนจะถูกคุมตัวมาเพื่อขึ้นรถตำรวจ โดยระหว่างนั้นชาวบ้านต่างตะโกนด่าทอผู้ก่อเหตุ และญาติผู้ตายวิ่งเข้าไปหมายจะต่อยผู้ก่อเหตุ แต่ตำรวจห้ามไว้ได้ทัน
ทั้งนี้ ระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจคุมตัวผู้ก่อเหตุขึ้นรถ ผู้สื่อข่าวจึงสอบถามว่าทำไมถึงลงมือก่อเหตุ นายยุทธเนศ ตอบสั้น ๆ ว่า เป็นเรื่องภายในครอบครัว ขอให้การในชั้นศาล
จากการสอบปากคำเบื้องต้น นายยุทธเนศ ยอมรับว่าก่อเหตุแทงแฟนสาวจริง โดยอ้างว่า ผู้ตายชอบดูถูกตน และก่อนเกิดเหตุทั้งคู่มีปากเสียงกัน และผู้ก่อเหตุใช้มีดที่พกติดตัวแทงผู้ตายก่อนจะหลบหนีไป
ด้าน นางมัจฉา อายุ 52 ปี มารดาผู้เสียชีวิต ให้การว่า ทั้งคู่คบกันได้ประมาณ 3 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้บุตรสาวตนไปพักอาศัยอยู่บ้านกับฝ่ายชายที่ภาคใต้ก็ถูกตบตีอยู่เป็นประจำ จนลูกสาวต้องคอยหลบหนี ส่วนสาเหตุที่ลูกสาวตนยังไม่เลิกขาดเนื่องจากฝ่ายชายนำรถกระบะของลูกสาวตนไปขาย
“ตนพยายามเตือนให้เลิกลาเนื่องจากฝ่ายชายมีพฤติกรรมที่รุนแรง ครั้งนี้ตนถือว่าทำเกินกว่าเหตุเกินไป ตบตีตนไม่ว่าทำไมต้องมาฆ่ากัน อยู่กันไม่ได้ก็แค่ต่างคนต่างอยู่ มีปัญหาอะไรตนก็พยายามช่วยเหลือเป็นประจำ กลับมาจบชีวิตลูกสาวตน ขอไม่ยอมความและจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด โดยหลังจากนี่ตนจะนำศพลูกสาวไปบำเพ็ญกุศลที่วัดนาคนิมิตร ตอนนี่ตนสงสารทั้งลูกสาว ทั้งหลานสาววัย 6 ขวบ ไม่รู้จะต้องทำอย่างไร” นางมัจฉา กล่าว