​"สะดือทะเล" ความสวยงามสุดพิศวงแห่งท้องทะเล

โดย PPTV Online

เผยแพร่

"สะดือทะเล" อยู่ที่ไหน? สถานที่ซึ่งเป็นศูนย์กลางของทะเล เราจะพาไปสัมผัสความมหัศจรรย์ของธรรมชาติและความลึกลับที่เชื่อว่าเป็นสุสานของนักเดินเรือ


ทะเลซากัสโซ (Sargasso Sea) หรือที่เปรียบว่าเป็น "สะดือทะเล" เป็นทะเลที่ไม่มีฝั่ง อยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติกระหว่าง 20° - 35° North Latitude และ 30° - 70° West Longitude ช่วงเกาะเบอร์มิวดาและหมู่เกาะลีเวิร์ด มีเนื้อที่ประมาณ 5,200,000 ตร.กม. เป็นช่วงมหาสมุทรที่มีความแตกต่างกันมากเนื่องจากกระแสน้ำตรงนี้สงบนิ่งล้อมรอบไปด้วยกระแสน้ำที่แรงที่สุดในโลก ได้แก่ The Florida, Gulf Stream, Canary, North Equatorial, Antilles และ Caribbean currents ช่องระหว่างประตูน้ำนานาชาตินี้ทำหน้าที่แยกทะเลซากัสโซออกจากทะเลที่มีคลื่นรุนแรงที่เหลือแล้วทำให้เกิดเนื้อที่ตรงทะเลนี้ หมายความว่าอะไรก็ตามที่เข้ามารอบๆ กระแสน้ำพวกนี้จะต้องมาจบที่ซากัสโซ โดยจะหมุนเปลียนตำแหน่งตามกระแสน้ำที่เปลี่ยนไป อากาศ และรูปแบบของคลื่นตามฤดูที่เปลี่ยนไป











"ซากัสโซ" มีน้ำที่อุ่น ใส และมีสีฟ้าเป็นพิเศษ ข้างใต้จะเต็มไปด้วย "สาหร่ายซากัสซั่ม" โดยสาหร่ายชนิดนี้เป็นอุปสรรคต่อการเดินเรืออย่างยิ่ง แม้ว่า 1 ใน 3 ของแพลงตอนในแอตแลนติกเกิดขึ้นที่นี่ แต่ซากัสโซไม่ค่อยมีสารอาหารธรรมชาติที่มีค่าสำหรับปลาเศรษฐกิจแต่มีสัตว์ทะเลหลายอย่างอาศัยอยู่ที่นี่ แต่สัตว์พวกนี้อาจจะจมน้ำตายเพราะสาหร่ายจำนวนมากที่มาพันตัว


นอกจากนี้ ซากัสโซยังเป็นแหล่งรวมของปลาไหล งูทะเล ปลา ที่ถูกลากดึงโดยพลังบางอย่างที่ไม่รู้จักมาจากยุโรปและทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โดยนักวิทยาศาสตร์เผยงานค้นคว้าวิจัยว่าสาหร่ายทะเลตรงส่วนทะเลซากัสโซได้ทำการเจริญงอกงามแล้วพัฒนาพันธุ์ใหม่ๆ เป็นป่าสาหร่ายในทะเลที่ใหญ่มากห่างจากฝั่งเป็นหลายร้อยไมล์ ไม่ใช่กระแสน้ำที่พาสาหร่ายทะเลมายังที่นี้ตามที่เข้าใจกันตอนแรก








มีตำนานเล่าขานเกี่ยวกับความพิศวงว่าเรือเดินทะเลที่หายสาบสูญไปในสามเหลี่ยมเบอร์มิวดานั้น ส่วนมากจะเกิดขึ้นในบริเวณที่เรียกว่า "ซากัสโซ" เรื่องราวต่างๆ ที่พวกชาวเรือชอบนำมาเล่าสู่กันฟังเกี่ยวกับท้องทะเลจำนวนนับไม่ถ้วนก็คือเรือจะถูกยึดนิ่งสงบรวมอยู่ในใจกลางทะเลตั้งแต่สมัยการการเดินทางโดยทะเลของพวกฟินีเชียน ไวกิ้ง โรมัน หรือแม้แต่เรือต่างๆ ในสมัยกลางของยุโรป


พวกเหล่านี้เชื่อว่าเรือเหล่านี้ลอยกองรวมกันพร้อมด้วยสมบัติมหาศาลที่บรรทุกอยู่ และเหตุที่ไม่จมเพราะมีสาหร่ายจำนวนหนาแน่นรองรับอยู่ข้างใต้ เชื่อว่ามนุษย์ผู้พบท้องทะเลแห่งนี้เป็นครั้งแรกคือพวกฟินีเชียนและพวกคาร์ธายิเนียนโบราณ โดยหลักฐานที่ปรากฏคือรอยแกะสลักบนแผ่นหินของพวกฟินีเชียนที่พบอยู่ในประเทศบราซิลและศิลาจารึกในสุสานฝังศพของพวกคาร์ธายิเนียนเมื่อราว 500 ปีก่อนคริตศักราช


และเมื่อครั้งที่ "คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส" แล่นเรือผ่านท้องทะเลแห่งนี้เป็นครั้งแรกในปี 1492 กลาสีเรือต่างตื่นเต้นคิดว่าเรือใกล้ถึงฝั่งแต่แล่นไปนานเท่าไหร่อาณาเขตของสาหร่ายแห่งนี้ก็ไม่หมดลงไป อีกอย่างหนึ่งที่เป็นสัญลักษณ์ประจำของซากัสโซคือ "ภูเขาทะเล" มันคือภูเขาที่อยู่ใต้พื้นน้ำแต่มีส่วนยอดแบนราบโผล่ขึ้นมาเหนือพื้นน้ำเล็กน้อย มองดูคล้ายเกาะแต่ไม่มีพืชพันธุ์ใดๆ นอกจากตระใคร่น้ำเกาะอยู่เท่านั้น


ทะเลซากัสโซไม่เพียงแต่เป็นท้องทะเลที่เต็มไปด้วยสาหร่ายยากแก่การเดินเรือเท่านั้น แต่กิตติศัพท์ในความน่าสะพรึงกลัวของมันได้ถูกกล่าวขานกันอยู่เสมอ บ้างก็ให้เชื่อว่าเป็นทะเลแห่งความหายนะ สุสานของเรือเดินสมุทร เป็นที่สิงสถิตของภูตผีปีศาจทะเลหรือสัตว์ร้ายดึกดำบรรพ์


ภาพจาก : earthobservatory

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ