เช็ก 4 สัญญาณเตือนถึงเวลาต้องเปลี่ยน "ใบปัดน้ำฝน"

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ใบปัดน้ำฝนถือเป็นสิ่งสำคัญ กับผู้ขับขี่รถยนต์ในช่วงฤดูฝน เพราะไม่มีก็อาจส่งผลต่อทัศนวิสัยในการขับขี่ ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องคอยตรวจเช็กอย่างสม่ำเสมอ

ช่วงเวลาที่ฝนตกหนัก คืออุปสรรคใหญ่สำหรับผู้ขับขี่รถยนต์เป็นอย่างมาก เพราะนอกจากถนนจะลื่นและต้องใช้ความระมัดระวังในการขับขี่ แล้วทัศนวิสัยในการมองเส้นทางก็ย่ำแย่พอกัน ที่ปัดน้ำฝนจึงเป็นตัวช่วยทำให้ทัศนวิสัยการขับขี่ดีขึ้น เนื่องจากมันจะช่วยปัดไล่น้ำฝน ที่ตกลงมากระทบกับกระจกรถออกไป ดังนั้นผู้ขับขี่รถยนต์ควรต้องดูแลรักษาพร้อมตรวจเช็กสภาพที่ปัดน้ำฝนให้พร้อมแต่อย่างที่รู้ ของมันก็ต้องมีการเสื่อมสภาพตามกาลเวลา แล้วจะตรวจสอบอย่างไร วันนี้เรามีเคล็ดไม่ลับมาบอกกัน 

 

 

สำหรับข้อควรรู้เกี่ยวกับที่ปัดน้ำฝน โดยเฉลี่ยเราควรเปลี่ยนที่ปัดน้ำฝนทุก 1 ปี หรือสามารถเช็กได้ว่าถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนได้แล้วโดยดูได้จาก 
    1. ใบปัดน้ำฝนทำงานไม่เป็นจังหวะ ซึ่งอาจมีสาเหตุจากสนิมของโครงเหล็กไปขวางการทำงานของใบปัดน้ำฝน 
    2. ปัดน้ำแล้วเป็นริ้ว ไม่เรียบ ซึ่งอาจมีสาเหตุจากกิ่งไม้ หรือเศษหิน
    3. รถแยก ในขณะปัดน้ำฝน โดยจุดนี้อาจเกิดจากใบปัดน้ำฝนหมดอายุการใช้งานหรือ แห้งแตกจากการตากแดดเป็นเวลานาน
    4. ข้อสำคัญคือ หากปัดน้ำฝนแล้วมีเสียงดังขณะใช้งาน นั้นเป็นเพราะยางหมดอายุ 

แต่ถ้าตรวจสอบจากทั้ง 4 ข้อแล้ว ไม่มีปัญหาอะไรก็ถือว่าที่ปัดน้ำฝนยังพอใช้ได้ 

เตือนขับรถฝ่าดงหมอก “เปิดไฟสูง” บังทัศนวิสัยรถสวนทาง – สะท้อนเข้าตาตัวเอง

ข้อควรรู้เวลาซื้อที่ปัดน้ำฝน คือคุณต้องรู้รายละเอียดของรถเราเป็นอย่างดี อาทิ ยี่ห้ออะไร รถรุ่นอะไร ปีอะไร อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะบ้างครั้งแค่คาบเกี่ยวระหว่างปี ที่ปัดน้ำฝนก็ใช้คนละแบบ  แต่ถ้าจำไม่ได้จริง ก็ต้องรู้ว่าก้านความยาวของที่ปัดน้ำฝนนั้น มีความยาวกี่นิ้ว เมื่อไปซื้อที่ร้านจะได้ไม่สับสน 

โดยร้านส่วนใหญ่จะขายใบปัดน้ำฝนแบบคู่ มีตัวเลขแบบคู่ กัน อาทิ 19 , 21  หรือ 19 , 22 ซึ่งเลขที่ว่าคือเลขความยาวก้านที่ปัดน้ำฝน โดยอันหนึ่งจะยาวกว่า อีกอันหนึ่งเสมอ 

สำหรับที่ปัดน้ำฝนในปัจจุบัน ก็จะมีแบบหลักให้เลือกในท้องตลาดอยู่ 2 ลักษณะ
1. ก้านแบบมีโครง โดยส่วนนี้จะเป็นที่ปัดน้ำฝนที่ติดมากับตัวรถ 
2. ก้านแบบไร้โครง  มักจะพบเห็นได้ในรถรุ่นใหม่

ซึ่งที่ปัดน้ำฝน ที่มีรูปแบบที่ต่างกันแล้ว ประสิทธิภาพในการปัดน้ำฝนก็จะต่างกันด้วย โดย ที่ปัดน้ำฝนแบบไร้โครงนั้นจะสามารถปัดน้ำฝนได้ดีกว่าแบบมีโครง  

ส่วนวิธีการดูแลใบน้ำฝนและช่วยยืดอายุการใช้งานแบบง่ายๆ เลย ก็คือ ทุกครั้งที่ทำความสะอาดรถ ให้ยกใบปัดน้ำฝนขึ้นมาทำความสะอาดเพียงเท่านี้ ใบปัดน้ำฝนก็จะสามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้นแล้ว  

อ้างอิงข้อมูล 
- ศาลายาการช่าง โดย MahidolChannel

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ