ไขรหัสลับ “Trick or Treat” คืออะไร ทำไมฮิต ในวันฮาโลวีน

โดย PPTV Online

เผยแพร่

สรุปโดย AI
  • ต้นกำเนิด "Trick or Treat" เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมแลกอาหารและความเชื่อเรื่องวิญญาณ
  • ประวัติย่อ: จากคติความเชื่อยุโรป เปลี่ยนเป็นกิจกรรมสันทนาการของเด็กในปัจจุบัน
  • ความหมายปัจจุบัน: กลายเป็นวัฒนธรรมการขอขนมและกิจกรรมแต่งกายฮาโลวีน
  • ผลกระทบทางสังคม: สร้างชุมชน ความบันเทิง และการคงไว้ซึ่งประเพณีผ่านการปรับตัว

สรุปโดย AI เป็นประโยชน์ต่อคุณหรือไม่

รหัสลับ “Trik or Treat” คำพูดยอดฮิต ในวันฮาโลวีน จากความเชื่อ สู่วัฒนธรรมการแลกขนมสุดฮิตในปัจจุบัน

วันฮาโลวีน ที่เต็มปด้วยความลึกลับ และเวทมนต์ ความเชื่อและโชคลางต่างๆ กลับมีวัฒนฏรรมที่เรียกว่า Trick or Treat หลอกหรือเลี้ยง จากเด็ก ๆ ที่ต่างก็สวมชุดแฟนตาซีมาเคาะประตูขอขนมอยู่หน้าบ้าน หากแต่จะมีสักกี่คนกันที่รู้ว่า วัฒนธรรมดังกล่าวนี้ ไม่ได้จัดขึ้นเพื่อเป็นการขอขนม แต่เป็นการ แลกอาหารกับวิญญาณเร่ร่อนไร้ญาติ  บทความนี้จะพาทุกคนไปค้นหาความจริง ของเทศกาลที่เต็มไปด้วยความลึกลับ ของคนเป็นและคนตาย ในวันที่ 31 ตุลาคม ในทุก ๆ ปี อย่าง เทศกาล Halloween 

 

แม้ว่าความขลังจะหายไป แต่กลอุบายที่ขอให้แลกขนมให้กับผู้ที่มาเคาะประตูก็ยังมีอยู่จนถึงปัจจุบัน Magnific/Anna Tolipova
ต้นกำเนิด Trick or Treat

ต้นกำเนิด Trick or Treat หลอกหรือเลี้ยง กับ ตำนาน เค้กแห่งวิญญาณ

แม้ว่าต้นกำเนิดของ ความเชื่อวันฮาโลวีนนั้นจะเชื่อมโยงกับโลกหลังความตาย วิญญาณ และ ไสยศาสตร์ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปัจจุบันนี้ "วันฮาโลวีน" ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลที่มีสีสัน และสร้างมูลค่าการท่องเที่ยวให้หลายๆ ประเทศกับกิจกรรมนี้อยู่ไม่น้อยเลย แต่ในเทศกาลที่มีความหลอนแบบนี้กลับมี คำบางคำที่มีความหมายซ่อนอยู่ นั่นคือ “Trick or Treat” กลอุบายที่ต่างรู้จักในแง่ของการขอขนมหวานตามบ้านต่าง ๆ

โดย “Trick or Treat หลอกหรือเลี้ยง”  ไม่ได้มีจุดเริ่มต้นมาจากเรื่องที่ชวนสนุกสนานเหมือนอย่างทุกวันนี้แม้แต่น้อย เพราะในความหมายที่แท้จริงแล้วนั้น “Trick or Treat” กลับมีต้นกำเนิดมาจากการแลก “เค้กแห่งวิญญาณ ( Soul Cakes )” เพื่อเป็นข้อแลกเปลี่ยน หรือ คำอธิฐาน ให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้วต่างหาก

ย้อนกลับไปเมื่อหลายร้อยปีก่อน ยุคแรกของอังกฤษนั้น ในช่วงของเทศกาลที่เชื่อกันว่า วันที่ 31 ต.ค. เป็นช่วงเวลาที่โลกคนเป็นนั้นเชื่อมต่อกับปรโลก วันที่จะพบกับคนเร่ร่อนที่ขาดแคลนอาหารเดินขบวนเพื่อขออาหารแก่ชาวบ้าน ทำให้ครอบครัวต่างๆ นำเค้ก ที่เรียกว่า เค้กแห่งวิญญาณ ไปแลกเพือเป็นการทำบุญ หรือเป็นการให้รูปแบบหนึ่ง พร้อมกับอธิฐานขอพรให้กับญาติที่เสียชีวิตไปแล้ว 

อย่างไรก็ตาม ในเรื่องนี้ศริสตจักรได้สนับสนุนการแจกเค้กดังกล่าวเพื่อทดแทนธรรมเนียมดั้งเดิม ที่ในมีชาวบ้าน วางไวน์ และอาหารเอาไว้ เพื่อให้วิญญาณเร่ร่อนได้ทานในช่วงฤดูหนาว โดยในธรรมเนียมนี้เรียกว่า “going a-souling”  เป็นประเพณีในยุคคกลางของอังกฤษ ที่ผู้คนเร่ร่อนจะเดินไปเคาะประตูบ้านเพื่อขอเค้ก หรืออาหารและเครื่องดื่ม (จะเกิดขึ้นทุกวันที่ 1 พ.ย.) และเพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกับเค้ก หรืออาหาร ผู้คนเหล่านั้นจะสวดมนต์ภาวนาให้กับผู้ที่ล่วงลับไปแล้วนั่นเอง 

Trick or Treat และการแต่งตัวใน “วันฮาโลวีน”

ในช่วงปลายทศวรรษ 1,800 ชาวอเมริกาเริ่มมีการปรับเปลี่ยนให้ความหลอนของวันฮาโลวีนให้น้อยลง  ลดความน่ากลัว ให้เป็นการเฉลิมฉลอง และเป็นการพบปะสังสรรค์ในชุมชนกับเพื่อนบ้าน มากกว่าจะทำให้เทศกาลนี้เป็นเทศกาลของความเชื่อทางไสยศาสตร์ จนกระทั่งต่อมาเรื่องราวที่ว่าด้วยไสยศาสตร์ก็ได้เจือจางหายไปในช่วงต้นศตวรรษที่ 20  เหลือไว้แต่วัฒนธรรมที่สร้างมิตรภาพและความสนุกสนาน

แม้ว่าความหลอน และความขลังจะสลายไปจนแถบไม่ได้พูดถึงแล้ว แต่ในบางวัฒนธรรมเช่น เรื่องของการแลกขนมหวาน หรือ กลอุบายที่เลี้ยงขนมของผู้ที่มาเคาะประตูบ้าน ก็ยังมีอยู่จนถึงปัจจุบันและเป็นสิ่งที่สืบต่อมาให้เราได้เพลิดเพลินกับความเชื่อต่อไป 

ขอบคุณข้อมูลจาก : history

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

ขณะนี้ มีรายการกำลังถ่ายทอดสด คุณสนใจหรือไม่?

จับข่าวคุย

จับข่าวคุย

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ