วันนี้ ทีมนิวมีเดีย PPTV จะมาไขข้อสงสัย และนำข้อมูลเกี่ยวกับ อาการกลัวความรัก หรือโรคกลัวการตกหลุมรัก ที่หลายๆ คนอาจสงสัยว่าเป็นเช่นไร
นายแพทย์อภิชาติ จริยาวิลาศ โฆษกกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ว่า ปัจจุบันโรคกลัวการตกหลุมรัก ยังไม่ถือเป็นโรคทางการแพทย์ แต่เป็นอาการของคนที่กลัวที่จะมีความสัมพันธ์ทางความรัก ในรูปแบบของแฟน ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้น พบว่า หลายกรณี เกิดจากปัญหาในช่วงชีวิตที่ผ่านมา ทำให้บุคคลกลุ่มนี้กลัวที่จะมีความสัมพันธ์ หรือกลัวความรักนั่นเอง แต่ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะรักใครไม่เป็น เพียงแต่พวกเขาแค่กลัวที่จะรัก หรือผูกพันกับใคร
สำหรับการกลัวตกหลุมรักเกิดจาก 2 สาเหตุ
1.เรื่องราวที่ผ่านมาในอดีต การโตมาในครอบครัวหรือคนรอบข้างที่มีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์ที่รุนแรง เช่น พ่อแม่ทะเลาะกัน มีความทุกข์จากความรัก หรือว่าไม่ประสบความสำเร็จในเรื่องของความรัก จึงกลัวว่าจะเป็นเหมือนคนเหล่านั้น
2.คนที่ไม่ประสบความสำเร็จในอดีต ซึ่งเคยมีความรักแล้วต้องผิดหวังถูกทำร้ายจิตใจ หรือไม่เคยมีความสัมพันธ์มาก่อน แต่ไม่มั่นใจในตัวเอง คิดว่าตัวเองไม่ดีพอ กลัวว่าจะต้องถูกทิ้ง
น.พ.อภิชาติ กล่าวต่อว่า อาการเหล่านี้อาจพบได้กับคนทั่วไป ซึ่งหากได้รับการให้กำลังใจที่ดีจะสามารถกลับมามีความรักได้ปกติ แต่กรณีคนที่เป็นโรคทางจิตเวชต่างๆ ประกอบ โดยเฉพาะโรคซึมเศร้า ตัวโรคจะทำให้พวกเขามองโลกในแง่ลบและไม่มั่นใจในตัวเอง กลัวว่าจะไม่สามารถรักษาความสัมพันธ์หรือรักษาความรักไว้ได้ รวมถึงกลัวความผิดหวัง จึงไม่กล้ามีความสัมพันธ์
อย่างไรก็ตามหากกลัวมากจนถึงขนาดผิดปกติ ส่งผลต่อสุขภาพ หรือเกิดความซึมเศร้า ทุกข์ทรมาน และไม่สามารถใช้ชีวิตร่วมกับคนรอบข้างได้ ถือเป็นสัญญาณว่าควรปรึกษาแพทย์ ในสิ่งที่กลัวหรือสิ่งที่กำลังมีปัญหาว่าผิดปกติหรือไม่ เพื่อให้หมอช่วยวิเคราะห์ และแก้ไขต่อไป
ทั้งนี้ น.พ.อภิชาติ แนะนำการรักษาไว้ว่า คนเหล่านี้จะมีโรคของทางจิตเวชรวมอยู่ด้วย หากวิเคราะห์ว่าเป็นโรคจำพวกนี้ หมอจะมีการใช้ยาควบคู่กับการใช้การบำบัด ปรับความคิดมุมมองหรือเรียกว่า การทำจิตบำบัด
ทั้งนี้ หากเกิดจากประสบการณ์ในอดีต หมอจะให้คำแนะนำเพื่อการปรับตัวและสร้างความมั่นใจให้สามารถใช้ชีวิตปกติร่วมกับผู้อื่นได้
อย่างไรก็ตาม คนที่มีอาการกลัวการตกหลุมรัก ส่วนใหญ่มักจะนำไปสู่การเป็นโรคซึมเศร้า ซึ่งยังไม่เคยพบผู้ที่มีอาการถึงขั้นเสียสติ ยกเว้นคนที่มีอาการทางจิตเภทหรืออาการทางจิตอื่นๆ ร่วมด้วย ซึ่งคนกลุ่มนี้จะกลัว และหวาดระแวง เป็นอาการจิตหลอน หรือเป็นการหลงผิด ส่งผลให้มีอาการทางจิตอื่นๆ ตามมาทีหลัง เช่น อาการวิกลจริต