ย้อนรอย "ชุดกี่เพ้า" แฟชั่นช่วงตรุษจีน ที่เกือบเลือนหายจากหน้าประวัติศาสตร์

โดย PPTV Online

เผยแพร่

ย้อนรอยประวัติศาสตร์ "ชุดกี่เพ้า" แฟชั่นขวัญใจสาว ๆ ช่วงเทศกาลตรุษจีน ที่มีจุดเริ่มต้นจาก "แมนจู" ที่เกือบเลือนหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์เพราะพิษสงคราม - คอมมิวนิสต์

ช่วงเทศกาลตรุษจีน สาว ๆ หลายคนคงเปิดกรุเสื้อผ้า เตรียม “ชุดกี่เพ้า” มาใส่ต้อนรับเทศกาลกันแล้ว ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าชุดกี่เพ้าเป็นแฟชั่นที่เสริมความสง่างาม อวดทรวดทรงของหญิงสาวให้น่ามองเลยทีเดียว โดยก่อนหน้านั้นชุดกี่เพ้าไม่ได้ออกแบบมาเป็นทรงเข้ารูป ก่อนจะค่อย ๆ พัฒนาเป็นชุดเดรสเข้ารูปอันเป็นเอกลักษณ์ มีรอยผ่าด้านข้างและคอจีนทรงสูงอย่างที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน

ชุดกี่เผ้า Magnific/jcomp
ชุดกี่เผ้า

จุดเริ่มต้นจาก "แมนจู"

ชุดกี่เพ้า (Qipao) มีรากฐานมาจากเสื้อคลุมยาวที่สตรีชาวแมนจูสวมใส่ในสมัยราชวงศ์ชิง ชนชาติแมนจู เป็นผู้ปกครองจีนในสมัยราชวงศ์ชิง หรือราว ค.ศ. 1644 - 1912 เพื่อแยกความแตกต่างจากสามัญชนซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวฮั่น ชนกลุ่มน้อยชาวแมนจูจึงกำหนดให้มีการแต่งกายที่แตกต่างออกไป

โดยชายชาวแมนจูจะสวมเสื้อคลุมยาวที่เรียกว่า ฉางเผา (Changpao) ส่วนสตรีแมนจูก็นิยมสวมชุดผ้าไหมทรงยาวและหลวมที่เรียกว่า ฉีเผา (Qipao) ซึ่งออกแบบมาเพื่อปกปิดสรีระตั้งแต่ช่วงไหล่ลงมาจนถึงข้อเท้า

ชุดกี่เพ้ายังมีรอยผ่าทั้งสองด้านของตัวชุด เพื่อช่วยให้เคลื่อนไหวได้สะดวก พร้อมสวมกางเกงขายาวไว้ใต้ชุด และประดับตกแต่งด้วยลูกปัด อัญมณี งานปักลายดอกไม้ ทำให้เห็นความแตกต่างจากชุดคลุมของผู้ชายชาวแมนจูอย่างเห็นได้ชัด

กี่เพ้ากับถุงน่องยาว แฟชั่นสะท้อนบริบทสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลง

หลังจากการล่มสลายของระบอบจักรวรรดิในจีน สังคมจีนหลังยุคราชวงศ์ชิงได้เผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ตั้งแต่กลางทศวรรษ 1910 เมื่อกลุ่มปัญญาชนซึ่งได้รับอิทธิพลจากแนวคิดเสรีนิยมตะวันตก เรียกร้องให้สตรีหลุดพ้นจากกรอบของระบบปิตาธิปไตยและขนบธรรมเนียมดั้งเดิม

ในช่วงขบวนการ 4 พฤษภาคม ปี 1919 นักศึกษาหญิงได้ออกมาชุมนุมบนท้องถนนเพื่อเรียกร้องความเสมอภาค โดยสวมชุด ฉางเผา ซึ่งเดิมเป็นเครื่องแต่งกายที่ยึดโยงกับปัญญาชนชาย

อย่างไรก็ตาม กางเกงที่เคยสวมใต้ชุดคลุมได้ถูกแทนที่ด้วยถุงน่องยาว รูปแบบการแต่งกายใหม่นี้ไม่เพียงเป็นการแสดงออกทางแฟชั่นที่เฉลิมฉลองเสรีภาพของสตรี หากยังสะท้อนถึงบริบททางสังคมที่กำลังเปลี่ยนแปลง

แม้จะเป็นรูปแบบที่แปลกใหม่ในขณะนั้น แต่ก็ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วและส่งอิทธิพลต่อสตรีในเมืองใหญ่ เช่น นครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งต่อมาได้กลายเป็นแหล่งกำเนิดของกี่เพ้าสมัยใหม่

ชุดกี่เผ้า Reuters/China News Service
ชุดกี่เผ้า

ยุคทองของ "กี่เพ้า"

เซี่ยงไฮ้ในปลายทศวรรษ 1920 เรียกได้ว่าเป็นยุคทองของกี่เพ้าเลยก็ว่าได้ ดีไซน์ของชุดกี่เพ้าเริ่มพัฒนามาเป็นรูปแบบที่เราคุ้นเคยในปัจจุบัน การออกแบบกี่เผ้าในยุคนี้มีลักษณะเด่นคือ ชุดเริ่มเข้ารูปและเพรียวบาง แขนเสื้อสั้นลง ผ่าข้างยาวขึ้น และเสื้อคอจีนกระดุมผ้าวางแนวเฉียง องค์ประกอบเหล่านี้ช่วยให้สตรีสามารถคงไว้ซึ่งความสง่างาม ขณะเดียวกันก็เผยเรือนร่างอย่างพอเหมาะ

ในช่วงเวลานี้ กี่เพ้าได้กลายเป็นเครื่องแต่งกายหลักของสตรีทุกชนชั้นทางสังคม ตั้งแต่สตรีชั้นสูงไปจนถึงนักแสดงคาบาเรต์ กี่เพ้าได้ถ่ายทอดเสน่ห์และความเย้ายวนอันเป็นธรรมชาติของสตรีจีน พร้อมทั้งเป็นสัญลักษณ์ของความทันสมัย

พิษสงคราม-คอมมิวนิสต์ ทำ "กี่เพ้า" เสื่อมความนิยม

อย่างไรก็ตาม ช่วงสงครามจีน - ญี่ปุ่น ในทศวรรษ 1920 และ 1930 รูปแบบของกี่เพ้าในช่วงเวลานี้เป็นดีไซน์เรียบง่าย ลดความหรูหราลงจากสภาวะสงคราม จึงเน้นประโยชน์ใช้สอยมากกว่าเน้นความสวยงาม

แม้จะมีการฟื้นฟูในช่วงเวลาสั้น ๆ หลังสงคราม แต่ชุดกี่เพ้าเสื่อมความนิยมลงอย่างรวดเร็วจากการเข้ามาของลัทธิคอมมิวนิสต์เมื่อปี 1949 กี่เพ้ากลายเป็นสัญลักษณ์ของอุดมคติชนชั้นกลางแบบตะวันตก และถูกแทนที่ด้วยชุดสีเรียบที่เรียกว่า “ชุดเหมา” ชุดดังกล่าวสวมใส่ได้ทั้งชายและหญิง สะท้อนถึงอุดมการณ์ความเสมอภาคซึ่งสังคมจีนยึดถือภายใต้ระบอบคอมมิวนิสต์

ชุดกี่เผ้า Reuters/China News Service
ชุดกี่เผ้า

ยุคทองครั้งที่ 2 ของกี่เพ้า

ในขณะที่ชุดกี่เพ้าในจีนแผ่นดินใหญ่แทบจะล้มหายตายจาก แต่ในฮ่องกงกลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง การอพยพหนีภัยคอมมิวนิสต์ของครอบครัวชาวจีนผู้มั่งคั่งมายังฮ่องกง ซึ่งในขณะนั้นเป็นอาณานิคมของอังกฤษ ได้ฟื้นชีวิตให้แก่ชุดกี่เพ้า

สตรีในฮ่องกงยังสวมชุดกี่เพ้าที่คงความหรูหราสง่างามตามแบบฉบับสตรีเซี่ยงไฮ้ยุคเก่าอย่างแท้จริง ฮ่องกงในช่วงทศวรรษที่ 1950 และ 1960 จึงเรียกได้ว่าเป็น “ยุคทองครั้งที่สองของกี่เผ้า” เลยก็ว่าได้

หลังสงครามโลกครั้งที่สอง กี่เพ้าไม่เพียงได้รับความนิยมในฮ่องกงเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึง สิงคโปร์ ไต้หวัน อีกด้วย แต่ต้องเผชิญกับอิทธิพลแฟชั่นตะวันตกจนกระทั่งยุค 1970 ก็เสื่อมความนิยมลง และกลายเป็นเครื่องแต่งกายที่นิยมสวมใส่ในวันสำคัญหรือเทศกาล เช่น งานแต่งงาน

กี่เพ้าในปัจจุบัน

ในศตวรรษที่ 21 กี่เพ้าได้กลับมาอีกครั้งในรูปแบบที่ไฉไลกว่าเดิม โดยถูกนำมาปรับรูปแบบให้เข้ากับแฟชั่นสมัยใหม่ เพิ่มความคล่องตัว และใส่ได้ในชีวิตประจำวัน ทำให้ชุดกี่เผ้ายังคงเป็นแฟชั่นที่ยืนหยัดอยู่เหนือกาลเวลาและครองใจหญิงสาวในรุ่นต่อ ๆ ไป

ชุดกี่เผ้า Reuters/China News Service
ชุดกี่เผ้า

ที่มา: The Collector

วิดีโอยอดนิยม

ข่าวเด่นในรอบสัปดาห์

PPTVHD36

เพิ่ม PPTVHD36
ลงในหน้าจอหลักของคุณ